หน้าแรก
เกี่ยวกับโครงการ
ผลการศึกษา
ข้อมูลเชิงวิชาการ
ภาพรวมยางพารา
สภาพภูมิอากาศ จ.อุบล
ลักษณะดิน จ.อุบล
หน่วยงานที่เกี่ยวกับยางพารา
สรุปและวิจารณ์ผล

ด้านศักยภาพของพื้นที่
       การใช้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้นในการวิเคราะห์ศักยภาพความเหมาะสมของพื้นที่ในการปลูกยางพาราในระดับจังหวัด มีผลให้ข้อมูลศักยภาพของพื้นที่ในการปลูกยางพาราจากการวิเคราะห์ในครั้งนี้ แตกต่างจากที่มีการดำเนินการมาในอดีตที่ทำการวิเคราะห์ในระดับภาคหรือระดับประเทศ  แม้ว่าจะใช้หลักการและกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลที่คล้ายกันก็ตาม การวิเคราะห์ระดับจังหวัดควรใช้ข้อมูลสภาพฝนและภูมิอากาศ ให้มากที่สุด นอกจากสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการประเมินศักยภาพของพื้นที่เพื่อการปลูกพืชแล้ว คุณสมบัติของดินก็เป็นปัจจัยสำคัญ ควรผลิตข้อมูลแผนที่คุณสมบัติของดินรายละเอียดสูง พอที่จะใช้ในการวางแผนการผลิตในระดับตำบลหรือหมู่บ้านได้
        จังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกยางพาราในระดับความเหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลางถึงร้อยละ 55 หรือประมาณ 5.3 ล้านไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นที่ดอนและแห้งแล้ง ลักษณะชุดดินชุดโคราชและวาริน อยู่ในกลุ่มชุดดิน 35 ลักษณะดิน เป็นดินร่วนละเอียดลึกถึงลึกมาก ความอุดมสมบรูณ์ต่ำ และอีกกลุ่มคือกลุ่มชุดดินโพนพิสัย และบรบือ จัดอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 49 ที่มีลักษณะดินตื้นถึงชั้นก้อนกรวดและลูกรังทับถมบนชั้นดินเหนียว ความอุดมสมบรูณ์ต่ำ พื้นที่ที่เหมาะสมจะอยู่ส่วนด้านตะวันตก ด้านเหนือและด้านใต้ของจังหวัด ซึ่งมีปริมาณฝนเฉลี่ยเกินกว่า 1,600 มม. ต่อปี ส่วนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งมีประมาณร้อยละ 42 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่นา ลักษณะชุดดินเป็นชุดร้อยเอ็ดและชุดอุบล ส่วนใหญ่อยู่บริเวณตอนกลางและตะวันตกของจังหวัด สุดท้ายความน่าเชื่อถือของผลการวิเคราะห์จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งในชุดงานวิจัยมีการประเมินผลโดยการหาความสัมพันธ์ ระหว่างโซนความเหมาะสมกับข้อมูลผลผลิตและการเจริญเติบโตของยางพารา ตลอดจน ความอุดมสมบรูณ์ของดินจากการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

ความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์
       การวิเคราะห์ผลตอบแทนในการปลูกยางพาราระยะเวลาการปลูก 17 ปี ในกรณีที่มีการจ้างแรงงานให้ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพียงร้อยละ 13.5 ซึ่งเมื่อคิดว่าเกษตรกรจะต้องขาดรายได้ราวๆ 11 ปี อาจไม่น่าจูงใจมากนัก แต่เทียบกับการใช้แรงงานในครอบครัวที่มีสูงถึงร้อยละ 26.8 ผลตอบแทนจากการปลูกยางของนายบัญชา บุญยัง ต้องรอถึงปีที่ 10 เนื่องจากยางพารามีการเจริญเติบโตช้า เริ่มกรีดได้ในปีที่ 9 กรณีดังกล่าวพบทั่วไปในพื้นที่ปลูกยางพาราของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เนื่องจากดินมีความอุดมสมบรูณ์ต่ำและประสิทธิภาพในการอุ้มน้ำต่ำ เนื่องจากดินขาดอินทรียวัตถุ ดังนั้นในการแนะนำให้เกษตรกรปลูกยางควรแนะนำเกษตรกรให้เพิ่มอินทรียวัตถุเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการอุ้มน้ำและการใช้ปุ๋ยเคมี การปลูกควรทำในลักษณะฟาร์มผสมผสาน เพื่อให้กิจกรรมอื่นให้รายได้แก่ครอบครัวในช่วงรอผลตอบแทนจากยางพารา ซึ่งหลังจากยางเริ่มให้ผลผลิตจึงทำให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนของฟาร์มสูงกว่ากิจกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะในรายที่ใช้แรงงานในครอบครัวจะให้ผลตอบแทนต่อการใช้แรงงานสูงกว่าการจ้างงานในท้องถิ่น นอกจากนี้มีข้อสังเกตว่าครอบครัวที่มีแรงงานไม่เกิน 2 คน หากใช้แรงงานในครัวเรือนสำหรับการทำฟาร์มดังกล่าว เกษตรกรควรวางแผนปลูกยางประมาณไม่เกิน 15 ไร่

ปัญหาการผลิตที่พบในจังหวัดอุบลราชธานี
       เกษตรกรหรือเจ้าของสวนยางในจังหวัดอุบลฯ โดยเฉพาะที่กรีดได้แล้วนั้น ส่วนใหญ่เสามารถจัดการการผลิต และการตลาดได้ดี   และมีแนวโน้มที่มีผู้ปลูกตามและจะขยายการผลิตเพิ่มขึ้นมาก   ปัญหาการปลูกสำคัญอยู่ที่ให้ยางรอดตายมากที่สุดช่วงแรก  จากภัยของ สภาพแห้งแล้ง  น้ำท่วมขัง  ไฟไหม้  และวัวควายในช่วงยางเริ่มปลูก  การลงทุนช่วงแรก  และราคายางที่ไม่ผันผวน    ผู้ปลูกยางที่ประสบความสำเร็จ จะขยัน มีความรู้ มีแรงงาน และมีเงินทุน เพียงพอสำหรับปุ๋ย   และอุปกรณ์เครื่องมือการทำแผ่นยาง 
       ในการวิเคราะห์การเจริญเติบโต และผลผลิตของยาง เกี่ยวข้องกับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างร่วมกัน  แต่สามารถให้ผลผลิตได้ดีกับดินหลายสภาพ ตั้งแต่ที่นาถึงที่ลาดชัน  แม้ในดินลูกรังหรือทรายจัดที่ปลูกพืชอื่นไม่ได้ดี   จากการวิเคราะห์ระดับแปลง พบว่าผลผลิตสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับเส้น รอบวง และอายุยาง และมีแนวโน้มจะสัมพันธ์เชิงบวกกับเนื้อดินเหนียว   และ การเพิ่มความรู้เรื่องการใส่ปุ๋ยและปรับปรุงเทคนิคหรือรูปแบบการกรีด และดูแลรักษาต้นยาง น่าจะทำให้ผลผลิตยางดีขึ้นได้อีก

การแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย
       การที่สินค้าเกษตรมีข้อจำกัดเป็นลักษณะเฉพาะที่สำคัญคล้ายๆ กัน ทำให้การใช้นโยบายของรัฐที่ผ่านมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรหรือคนจนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะผลของนโยบายมักจะตกแก่ผู้ทำธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกรผู้มีฐานะดีกว่า ดังนั้น การแก้ไขปัญหาต้องเน้นกระบวนการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความมั่นคงและพึ่งตนเองได้แก่เกษตรกร ซึ่งต้องใช้วิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม  ในรูปแบบการเกษตรที่มีความหลากหลาย รวมถึงการให้ประชาชนและชุมชนมีบทบาทในด้านการตลาดและอุตสาหกรรม ควบคู่กับการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป ปัจจัยการผลิต ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ  และการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรที่มีข้อมูลเชื่อมโยงเป็นระบบเครือข่ายมาตรการในการแก้ไขปัญหายางพารา จึงต้องพิจารณาถึงกลุ่มกิจกรรมหลักที่สำคัญ คือ กลุ่มผลิตหรือกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้แปรรูปหรืออุตสาหกรรม โดยมีมาตรการที่สำคัญ ดังนี้
       มาตรการด้านการผลิต ส่งเสริมให้ชาวสวนยางรายย่อยปรับเปลี่ยนสวนยางพารา ที่พึ่งพาพืชเศรษฐกิจชนิดเดียวไปสู่ระบบการเกษตรกรรมที่หลากหลายทางชีวภาพและพันธุกรรมพืชในรูปแบบที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์โดยธรรมชาติ ซึ่งจะลดต้นทุนในด้านการบำรุงรักษา ลดความเสี่ยงจากผลผลิตชนิดเดียว แต่กลับเพิ่มพูนอาหารเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและท้องถิ่นที่เน้นความสมบูรณ์ในตัวเองโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในลักษณะฟาร์มผสมผสาน มีการปลูกพืชหลากหลาย ผสมผสารกับการปลูกยางพารา เพื่อผลทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สนับสนุนให้ชาวสวนยาง  และองค์กรชาวสวนยางรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายพลังความคิด เพื่อกำหนดบทบาทในการบริหารจัดการ ในกิจกรรมการผลิตที่สำคัญ อาทิ การปรับพื้นที่เพื่อการผลิต รูปแบบการผลิต และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
       มาตรการด้านตลาด พัฒนาตลาดกลางยางพาราเพื่อการส่งออกจัดตั้งและพัฒนาตลาดกลางในแหล่งที่สำคัญให้ทั่วถึง เพื่อเป็นตัวกลางในการซื้อขายในปัจจุบันและการซื้อขายล่วงหน้า มีกฎระเบียบควบคุมการซื้อขาย ป้องกันการผูกขาดตัดตอน อาทิ การเปิดกว้างให้เกษตรกรขายผลผลิตซึ่งเป็นการประมูลโดยตรงกับผู้รับซื้อ ขณะที่ตลาดกลางให้บริการด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตลาดกลางนอกจากจะมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายแล้ว ยังทำหน้าที่บริการข้อมูลด้านต่าง ๆ แก่ลูกค้า อาทิ ข้อมูลด้านราคา และข้อมูลสถานการณ์ซื้อขายที่ถูกต้องและทันสมัย ซึ่งเป็นระบบข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงระหว่างตลาดกลางและตลาดท้องถิ่น โดยขยายตลาดท้องถิ่นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับตลาดกลาง และมีกฎระเบียบควบคุมการซื้อขายที่เปิดกว้างเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
       มาตรการด้านอุตสาหกรรม สนับสนุนให้อุตสาหกรรมยางพาราเป็นของชุมชน กระบวนการเริ่มต้นด้วยการให้ชาวสวนยาง และองค์กรชาวสวนยางรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายเพื่อดำเนินการในด้านการผลิต แปรรูป และการตลาด ซึ่งจะเป็นการรักษาผลประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มของผลผลิตให้ตกอยู่กับเกษตรกร
       ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการแปรรูป ทั้งผลิตภัณฑ์จากน้ำยางและไม้ยางพารา พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบและคุณภาพตรงกับความต้องการทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางพาราจากต่างประเทศ และส่งเสริมการส่งออก รวมทั้งการให้มูลข่าวสารช่องทางการตลาด การลงทุน และการติดต่อเพื่อเร่งหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ



ผลการศึกษา
              สารบัญ
ภาคผนวก  
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำผลจากโครงการไปใช้ประโยชน์  
ผู้ดำเนินงานวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ และคณะบริหารศาสตร์
                          มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
หน่วยงานสนับสนุนงบประมาณ 
       สำนักงบประมาณแผ่นดิน  ผ่านกองส่งเสริมงานวิจัย
       มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
Decision support system for rubber plantation in the Northeast Thailand:
UbonRachathani case study
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพารา
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
Decistion support system for rubber plantation 
in the Norteast  thailand : UbonRachathani cas study
Web Page Maker, create your own web pages.