หน้าแรก
เกี่ยวกับโครงการ
ผลการศึกษา
ข้อมูลเชิงวิชาการ
สภาพภูมิอากาศ จ.อุบล
ลักษณะดิน จ.อุบล
หน่วยงานที่เกี่ยวกับยางพารา
บทนำ

                ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต และส่งออก ยางพาราเป็นอันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมาและเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ และติดอันดับ 1 ใน 10 ของสินค้าส่งออกที่สำคัญ ประเทศที่ผลิตยางพารารองลงมาได้แก่ อินโดนีเซีย อินเดีย และมาเลเซีย ตามลำดับ นับจากปี 2546 เป็นต้นมามูลค่าการส่งออกยางพาราของไทย เกินกว่าหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี และในปี 2549 ที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 2.05 แสนล้านบาท (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2550) ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และ สหรัฐอเมริกา ผลผลิตยางมีการใช้ในประเทศประมาณร้อยละ 10 ของปริมาณยางพาราที่ผลิตทั้งหมด อุตสาหกรรมที่ใช้ยางพารามากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่ ยางรถยนต์ และยางล้อเครื่องบินร้อยละ 40 ถุงมือถุงยาง ร้อยละ 13 ยางรัดของร้อยละ 13 ยางยืดร้อยละ 9 นอกจากการส่งออกยางแล้วไม้จากต้นยางพารายังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์โดยมีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

                จากการสำรวจ เมื่อปี 2549 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2550) พบว่า มีพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ ประมาณ 14.3 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 5.49 และมีผลผลิต 3.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 3.95  ในปี 2549 พื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดที่ภาคใต้คือ 10.9 ล้านไร่ รองลงมาคือภาค กลาง 1.6 ล้านไร่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ 1.01 และ 0.98 ล้านไร่ ตามลำดับ โดยมีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่สูงสุดที่ภาคใต้ 287 กก. รองลงมาที่ภาคกลาง 274 กก. และ 257 กก. ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ 231 กก.

                 จากนโยบายรัฐในการขยายพื้นที่ปลูก 1 ล้านไร่ ในปี 2546-2550 ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยมีเป้าหมายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด จำนวน 700,000 ไร่ และ ภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน 300,000 ไร่ จังหวัดอุบลราชธานี (สกย.อบ, 2549) มีพื้นที่ปลูกที่อยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนันสนุนของ สกย. จังหวัดอุบลราชธานี (ตารางที่ 1  ) พบว่า มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 124,296 ไร่ เกษตรกรร่วมโครงการ 12,149 ราย พื้นที่กรีดยาง 24,063 ไร่ ได้ผลผลิต 5,291 ตัน  อำเภอที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดคือบุณฑริก  คือ 24,229 ไร่ รองลงมาคือน้ำยืนและเดชอุดม พื้นที่ 17,855 และ 15,428 ตามลำดับ ส่วนอำเภอที่มีพื้นที่กรีด และผลผลิตยางสูงที่สุดคือเดชอุดม พื้นที่กรีด 6,024 ไร่ ผลผลิต 1,325 ตัน รองลงมาคือบุณฑริก พื้นที่กรีด 4,956 ไร่ ผลผลิต 1,090 ตัน



ผลการศึกษา
              สารบัญ
ภาคผนวก  
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำผลจากโครงการไปใช้ประโยชน์  
ผู้ดำเนินงานวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ และคณะบริหารศาสตร์
                          มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
หน่วยงานสนับสนุนงบประมาณ 
       สำนักงบประมาณแผ่นดิน  ผ่านกองส่งเสริมงานวิจัย
       มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
Decision support system for rubber plantation in the Northeast Thailand:
UbonRachathani case study
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
ภาพรวมยางพารา
อำเภอ
พื้นที่ปลูก
พื้นที่กรีด
       
ผลผลิต
ครอบครัว(ราย)
พื้นที่(ไร่)
ครอบครัว(ราย)
พื้นที่(ไร่)
(ตัน)
อ.บุณฑริก
1,818
24,229
486
4,956
1,090
อ.น้ำยืน
1,446
17,855
303
3,351
737
อ.เดชอุดม
1,429
15,428
739
6,024
1,325
กิ่งอ.น้ำขุ่น
807        
10,361
133
1,292
284
อ.สิรินธร
867
8,286
156
1,710
376
อ.ศรีเมืองใหม่
735
7,802
235
1,513
333
อ.นาจะหลวย
770
7,307
38
385
85
อ.เขื่องใน
691
4,345
209
1,556
342
อ.ทุ่งศรีอุดม
410
3,881
19
157
35
อ.โขงเจียม
473
3,599
83
731
160
อ.ตระการพืชผล
387
3,541
157
993
218
อ.เขมราฐ
225
2,669
4
30
7
กิ่งอ.สว่างวีระวงศ์
148
2,654
4
250
55
อ.โพธิ์ไทร
284
2,604
7
45
10
อ.กุดข้าวปุ้น
272        
2,129
23
130
28
อ.พิบูลมังสาหาร
240
1,984
64
510
112
กิ่งอ.นาเยีย
539
1,880
20
142
31
อ.เมืองอุบลราชธานี
252
1,439
34
264
58
อ.ม่วงสามสิบ
111
584
3
24
5
อ.ดอนมดแดง
59
367
-
-
-
อ.ตาลสุม
53
361
-
-
-
อ.วารินชำราบ
37
315
-
-
-
กิ่งอ.นาตาล
46
302
-
-
-
กิ่งอ.เหล่าเสือโก้ก
43
236
-
-
-
อ.สำโรง
7
140
-
-
-
รวม
12,149
124,296        
2,697
24,063
5,291
ตารางที่ 1 พื้นที่ปลูกยางพารารายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2549
ที่มา: สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดอุบลราชธานี 2549 (สกย.อบ., 2549)
ยางพาราเป็นพืชที่มีการปลูกแพร่หลายทางภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย และได้มีการทดลองและขยายพื้นที่ปลูกมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่ถึงหนึ่งรอบการปลูก ถึงแม้ว่าในเชิงวิชาการจะพิสูจน์แล้วว่ายางพาราสามารถปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ดี แต่งานวิจัยทั้งด้านการผลิตและการตลาดที่จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกยางพาราของเกษตรกร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามศักยภาพของพื้นที่ ยังมีไม่เพียงพอ ยางพารามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกที่เฉพาะ (สกย., 2549) คือ พื้นที่ปลูกไม่ควรอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 200 เมตร ความลาดเอียงของพื้นที่ไม่เกิน 45 องศา หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร โดยไม่มีชั้นของหินแข็งหรือดินดาน ซึ่งจะขัดขวางการเจริญเติบโตของราก เนื้อดินควรเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนเหนียวปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีการระบายน้ำและอากาศดี น้ำไม่ท่วมขัง ระดับน้ำใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร ไม่เป็นดินเค็มและมีความเป็นกรดเป็นด่าง 4.0-5.5  มีปริมาณฝนไม่ต่ำกว่า 1,350 มิลลิเมตรต่อปี และมีฝนตกไม่น้อยกว่า 120 วันต่อปี   ความชื้นสัมพันธ์ เฉลี่ยตลอดปีไม่น้อยกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ ควรมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีไม่แตกต่างกันมากนักคือในช่วงประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส และความเร็วลม เฉลี่ยตลอดปีไม่เกิน 1 เมตรต่อวินาที   ในการแนะนำส่งเสริมเกษตรกรนอกจากจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมของเกษตรกรแล้วยัง จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ปลูกดังกล่าวด้วย

                การส่งเสริมการปลูกยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผลดีมากมาย (สกย, 2549) ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม แต่ขณะเดียวกันยางพาราก็เป็นพืชใหม่ของพื้นที่และใหม่สำหรับเกษตรกร ดังนั้นจึงพบว่าหลังการส่งเสริมการปลูกมาราวๆ 10 ปี มีเกษตรกรที่ล้มเหลว เนื่องจากผลผลิตและคุณภาพของยาง ต่ำกว่าที่ภาครัฐประมาณการไว้ (ณรงค์ และคณะ, 2547) ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อน เนื่องจากสภาพทางกายภาพชีวภาพ และเศรษฐกิจสังคมในพื้นที่มีความหลากหลาย สภาพภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะเป็นที่ราบสลับกับเนินสูง (Undulated landscape) ซึ่งมีอิทธิพลต่อความอุดมสมบรูณ์ของดิน พื้นที่การเกษตรของเกษตรกรรายเดียว อาจประกอบด้วยทั้งที่ลุ่มและที่ดอนที่มีสภาพของดิน และน้ำในการเพาะปลูกแตกต่างกันมาก (Okabe and Somabhi, 1989) ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ดินมีความอุดมสมบรูณ์ต่ำ (Craig and Pisone, 1985; KKU-FORD, 1982) ในขณะเดียวกันฝนก็มีความแปรปรวนสูง ทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงเวลา (Wonprasaid et al., 1996) ดังนั้น การปลูกยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงต้องการข้อมูลที่ชัดเจนในการเลือกพื้นที่ในการส่งเสริมแนะนำเกษตรกร และเป็นข้อมูลให้เกษตรกรประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกยางพารา ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตทางการเกษตรในทุกระดับ ทั้งระดับฟาร์มเกษตรกร และระดับภูมิภาคเป็นงานที่ท้าทายและละเอียดอ่อน เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่จะต้องพิจารณา ทั้งเรื่องความเหมาะสมของกิจกรรมใหม่ต่อพื้นที่ และต่อเกษตรกร ความลงตัวในการผสมผสานของกิจกรรมในระบบ การยอมรับของสังคม ชุมชน และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว

                เนื่องจากยางพาราเป็นพืชใหม่ของพื้นที่ ดังนั้นปัญหาอุปสรรคในการปลูกเพื่อให้ผลตอบคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและเชิงสังคม ยังต้องการข้อมูลเชิงวิเคราะห์อีกมาก เนื่องจากเป็นการปรับองค์ความรู้ในการปลูกจากพื้นที่ปลูกอื่นมาปรับใช้  จากข้อมูลงานวิจัย (ณรงค์ และคณะ, 2547) พบว่าเกษตรกรที่ปลูกยางมาก่อนมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว รายที่อยู่ระหว่างการกรีดก็มีปัญหาเกี่ยวกับผลผลิตต่ำซึ่งต่ำกว่าผลผลิตจากการประเมินของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางประมาณร้อยละ 25 บางรายก็ล้มเหลวในการปลูก  ดังนั้นการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) จะช่วยให้นักวางแผนและส่งเสริมการปลูกยางพารา ทราบถึงเงื่อนไขแห่งความสำเร็จและล้มเหลวของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมการปลูกที่หลากหลาย เพื่อเป็นข้อมูลในการแนะนำเกษตรกรรายใหม่ที่รัฐบาลกำลังขยายพื้นที่ปลูกในช่วงต่อไป

                นอกจากระบบ GIS วิเคราะห์ปัจจัยและเงื่อนไขในการปลูกยางพาราของแต่ละพื้นที่แล้ว ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในลักษณะแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช (Crop growth simulation model) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลผลิตพืชเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนการผลิตพืช แบบจำลองได้มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้ในพืชหลายชนิดทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทย เช่น ในข้าว (สุรจิต และคณะ, 2548; อรรถชัย และปราการ, 2004; วิเชียร, 2002;  Boling et al., 2000; Bouman et al., 1993) ในมันสำปะหลัง (วินัย และคณะ, 2546) ในอ้อย (อรรถชัย และศิรินทิพย์, 2545)  แบบจำลองจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตและการลงทุน เพื่อประโยชน์ในการทดสอบสมมุติฐานการผลิต (Scenarios) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในระดับฟาร์ม (Farm household level) และระดับวางแผน (Regional level) รวมถึงการนำเสนอผลการวิเคราะห์แก่ผู้เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การตัดสินใจในการปลูกและส่งเสริมการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะช่วยลดความเสี่ยงจากความล้มเหลวในการปลูกยางพาราของเกษตรกรลงได้
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพารา
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
Decistion support system for rubber plantation 
in the Norteast  thailand : UbonRachathani cas study
Web Page Maker, create your own web pages.