6.7 กรณีศึกษาวิเคราะห์การเจริญเติบโต

และผลตอบแทนในการปลูกยางพาราของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

ผศ.สุรจิต ภูภักดิ์ และ รศ.ดร.สุวัฒน์ ธีระพงษ์ธนากร

.........................

                การวิเคราะห์กรณีศึกษาฟาร์มเกษตรกรผู้ปลูกยาง ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกในระดับฟาร์มหรือครัวเรือน ที่ปลูกยางพาราในช่วงแรกๆ ของการส่งเสริมการปลูกโดย สกย. อุบลราชธานี ประมาณปี พ.ศ. 2532 – 2541 หลักในการคัดเลือกฟาร์มตัวอย่างคือ เลือกฟาร์มที่มีชนิดของดินปลูกเหมือนกัน แต่ปริมาณน้ำฝนแตกต่างกัน ดังนี้

1.                 นายสวัสดิ์ ขามใหญ่  ดินชุดโคราช ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,200-1,500 มิลลิเมตร ต่อปี

2.                 นายสุรสิทธิ์  อินชื่น  ดินชุดโคราช ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,500-1,700 มิลลิเมตร ต่อปี

3.                 นายไพจิตร  กาญจนเสน  ดินชุดโคราช ปริมาณฝนเกินกว่า 1,700 มิลลิเมตร ต่อปี

4.                 นายทองดี กวดขัน ดินชุดบุณฑริก ปริมาณฝน 1,500-1,700 มิลลิเมตรต่อปี

5.                 นายคำไหล  ดินชุดโคราช ปริมาณฝน 1,500-1,700 มิลลิเมตรต่อปี

กรณีศึกษาฟาร์มนายสวัสดิ์ ขามใหญ่

อายุ 40 ปี  ฟาร์มลักษณะดินเป็น ดินชุดโคราช อยู่ในกลุ่มโซนปริมาณฝนเฉลี่ย 1,300 - 1,500 มิลลิเมตรต่อปี เป็นฟาร์มขนาดเล็ก (พื้นที่ 21 ไร่ ปลูกยาง 8ไร่) เกษตรกรมีฐานะปานกลาง  

                 สภาพทั่วไปของฟาร์ม : สถานที่ตั้ง บ้านเลขที่ 3 หมู่ 9 บ้านคำนาแซง ตำบลกุดประทาย อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรป่าและทรัพยากรดิน ในหมู่บ้านมีการปลูกยางพาราค่อนข้างมากเพราะเป็นหมู่บ้านเป้าหมายการส่งเสริมการปลูกยางของ สกย. ตั้งแต่ปี 2532  ที่ตั้งฟาร์มมีถนนไปมาสะดวกและอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก

                ลักษณะฟาร์ม : พื้นที่ทำการเกษตรมีทั้งหมดจำนวน 21 ไร่ ลักษณะพื้นที่ฟาร์มเป็นที่ดอนลาดเทลงที่ลุ่ม ดินมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย เกษตรกรมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 7 คน มีแรงงานการเกษตรในครอบครัว 2 คน เพื่อทำการกรีดยางและทำยางแผ่นตลอดจนการดูแลรักษาสวนยางพารา

                กิจกรรมในฟาร์ม : เป็นลักษณะการปลูกพืชแบบผสมผสาน เพราะเกษตรกรใช้พื้นที่ปลูกยางพารา 1 แปลง และทำนาพื้นที่ 13 ไร่

                                รูปที่1 สภาพพื้นที่สวนยางพาราของนายสวัสดิ์ ขามใหญ่

การปลูกยางพารา : พื้นที่ 8 ไร่ ปลูกเมื่อเดือนมิถุนายนปี พ.ศ. 2535 พันธุ์ BPM24 ต้นพันธุ์เป็นต้นยางชำถุง 2 ฉัตร แหล่งต้นพันธุ์จากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดอุบลราชธานี ระยะห่างในการปลูก 2.5 x 7 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยหินฟอสเฟตรองก้นหลุม เปิดกรีดเมื่อปี พ.ศ. 2543

                การกำจัดวัชพืช : เกษตรกรมีการกำจัดวัชพืชโดยการจ้างแรงงานดายหญ้าปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับการใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึม (ไกลโฟเสท) ทุกปีในครั้งที่ 2 จะทำพร้อมกับการทำแนวกันไฟทุกปีโดยใช้รถไถเดินตามไถรอบๆแปลง

                การใส่ปุ๋ย : ในปีที่หนึ่งถึงปัจจุบันใช้สูตร 18-10-6 ซึ่งได้รับแจกจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอเดชอุดม (ปี1-7)  ปีละ 20 กระสอบ ขณะเดียวกันเกษตรกรก็มีการใส่ปุ๋ยคอกด้วยตั้งแต่ที่เริ่มกรีดจนถึงปัจจุบันจะใส่ปุ๋ยปีละ80 กระสอบ โดยการใส่ปุ๋ยจะใส่ปีละ 2 ครั้งทุกปีในช่วงต้นฝนและปลายฤดูฝน

                การกรีด : เกษตรกรกรีดและทำยางแผ่นเอง โดยจะทำการเปิดหน้ายางในเดือนเมษายนและทำการกรีดเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมกราคม หรือบางปีก็กรีดได้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นอยู่กับการร่วงของใบยางด้วย ในการกรีดจะแบ่งขนาดลำต้นเพื่อกรีดยางเป็น ½ ของลำต้นและใช้เวลาในการกรีดยางปกติจะกรีด 2 วัน หยุด 1 วัน ยกเว้นในช่วงที่ฝนตกชุกจะสามารถกรีดได้เพียง 1- 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น

                การขาย  เกษตรกรมีการขายผลผลิต 2 ครั้งต่อเดือน ในรูปของยางแผ่นและขี้ยางที่สหกรณ์รับซื้อยางพาราอำเภอเดชอุดม  และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอำเภอเดชอุดมโดยภาพรวมเกษตรกรจะขายผลผลิตยางในรูปของยางแผ่นและขี้ยาง ซึ่งในเดือนแรกเกษตรกรจะขายในรูปของขี้ยางประมาณ 40-50 กิโลกรัม และยางแผ่นประมาณ 100-150 แผ่นต่อเดือน ในเดือนที่สองจะขายผลผลิตในรูปยางแผ่นประมาณ 18-20  แผ่นต่อเดือน (1 แผ่น ประมาณ 1.3-1.5 กิโลกรัม) และขายเป็นขี้ยางบ้างเล็กน้อยประมาณ 50-80 กิโลกรัมต่อเดือน ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนจะได้ผลผลิตประมาณ 20-28 แผ่นต่อวัน โดยเฉลี่ยในฤดูหนาว (เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม) ผลผลิตยางพารามีปริมาณมากที่สุดประมาณ 25-30 แผ่นต่อวัน เกษตรกรจะหยุดกรีดเมื่อยางเริ่มผลัดใบในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ มีนาคม ผลผลิตจะลดเหลือเพียงวันละ 17- 19 แผ่นและน้ำยางจะใสไม่ข้น ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปริมาณฝนด้วยเช่นกัน

ตารางที่1 ผลวิเคราะห์ทางเคมีของดินในแปลงปลูกยางพารา

บริเวณที่เก็บ

ในแปลง

นอกแปลง

ความลึกดิน  (cm)

 0-30

 30-60

 0-30

 30-60

pH*

5.24

4.89

5.11

5.09

EC (ms)

0.03

0.034

0.017

0.018

 %OM

0.49

0.17

0.45

0.11

K (ppm)

49.18

34.18

14.46

7.5

P (ppm)

10.2

2.79

2.33

3.73

                จากข้อมูลในตารางของแปลงตัวอย่างพบว่ามีปริมาณอินทรียวัตถุ โพแทสเซียมและ ฟอสฟอรัส อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของดินทั่วไป และ pH อยู่ในระดับกรดอ่อน จึงสรุปได้ว่าดินในแปลงตัวอย่างมี pH เหมาะสมในการปลูกยางพารา เพราะอยู่ในช่วง 4.0-5.5 ควรมีการจัดการเรื่องธาตุอาหารในดินโดยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตยางพารา

                การวิเคราะห์การเจริญเติบโตยางพาราแปลงตัวอย่าง  จากการสุ่มตัวอย่างต้นยางพาราในแปลงตัวอย่าง เพื่อวัดการเจริญเติบโตพบว่าขนาดลำต้นที่ความสูง 1.5 เมตร มีเส้นรอบต้นเฉลี่ย 52 เซนติเมตร ความสูงเฉลี่ย 13.27 เมตร ขนาดทรงพุ่มเฉลี่ย 4.78 เมตร และเปอร์เซ็นต์แสงส่องพื้นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์

ตารางที่2 ต้นทุนการผลิตยางพาราตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน

รายการ

ปีที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

1.เตรียมดิน

25,000

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 2.ทำแนวกันไฟ

( แรงงาน / อุปกรณ์)

400

400

400

400

400

400

400

500

500

500

500

500

500

500

3.การปลู(ค่าพันธุ์)   

7,400

740

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-วัสดุและอุปกรณ์ปลูก

300

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ค่าขนส่งพันธุ์

500

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยรองก้นหลุม

280

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานปลูก      

800

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.การบำรุงรักษา

- ปุ๋ยเคมี

7,000

7,000

7,000

7,000

7,000

7,000

7,000

9,000

9,000

9,000

10,400

11,600

12,160

11,600

- ปุ๋ยคอก ( มูลสัตว์ )

 

 

 

 

 

 

 

1,840

1,840

1,840

1,840

1,840

1,840

1,840

การกำจัดวัชพืช

- ยากำจัดวัชพืช

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

แรงงานจ้าง

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

3,200

- การฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช                 

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

800

- จ้างแรงงานใส่ปุ๋ย

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

5. การกรีดยาง

-เครื่องมืออุปกรณ์

960

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6. โรงเรือนและอุปกรณ์อบยาง

8,500

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รวม

73,970

13,340

12,600

12,600

12,600

12,600

12,600

17,590

17,590

17,590

18,990

20,190

20,750

20,190

 

กรณีศึกษาฟาร์มนายสุรสิทธิ์  อินชื่น 

อายุ 32 ปี  ฟาร์มอยู่บริเวณ ดินชุดโคราช ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,500 - 1,700 มิลลิเมตรต่อปี ลักษณะฟาร์มขนาดกลาง (พื้นที่ 57 ไร่ ) เกษตรกรมีฐานะปานกลาง 

                สภาพทั่วไปของฟาร์ม สถานที่ตั้ง บ้านเลขที่ 117 หมู่ 1 บ้านห้วยข่า ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัด อุบลราชธานี ฟาร์มตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมติดกับห้วยลำโดมน้อย ซึ่งพื้นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก และพื้นที่โดยรอบมีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมากทั้งที่เปิดกรีดและยังไม่ได้เปิดกรีด และที่ตั้งฟาร์มอยู่ใกล้หมู่บ้านระยะทางเพียง 100 เมตร

การปลูกยางพารา : เกษตรกรมีการปลูกยางพารา 4 แปลงโดยปลูกพันธุ์ RRIM 600 ทั้งหมด แปลงแรกมีพื้นที่ 18 ไร่ ปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2537 เปิดกรีดเมื่อปี พ.ศ. 2545  ปลูกยางเพิ่มอีก 21ไร่ ในปี 2548

 กิจกรรมในฟาร์ม : เป็นลักษณะการปลูกพืชแบบผสมผสาน พื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 49 ไร่ และทำนา 8 ไร่

 

                                รูปที่2  สภาพสวนยางพาราของนายสุรสิทธิ์ อินชื่น

                 

                                รูปที่3 ขบวนการผลิตยางแผ่นของนายสุรสิทธิ์ อินชื่น

                 การปลูก   แปลงแรกพื้นที่ปลูก 18 ไร่ ปลูกเมื่อเดือนมิถุนายนปี พ.ศ. 2537  พันธุ์ RRIM600 ต้นพันธุ์เป็นต้นยางชำถุง 2 ฉัตร  แหล่งต้นพันธุ์จากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอบุณฑริก  ระยะห่างในการปลูก 3.3 x 6 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยเคมี ร็อคฟอตเฟสรองก้นหลุม

                การกำจัดวัชพืช  ในแต่ละปีมีการกำจัดวัชพืชปีละ 2 ครั้ง โดยใช้แรงงานจ้างไถพรวนสลับกับฉีดพ่นยากำจัดวัชพืช ( กรัมม็อกโซน และ ใช้ราวด์อัพฉีดหญ้าคา ) ซึ่งในแต่ละปีที่ทำการกำจัดวัชพืชในครั้งที่ 2 จะทำแนวกันไฟด้วย โดยใช้รถไถเดินตามไถรอบๆแปลง

                 การใส่ปุ๋ย  ในปีที่ 1-7 ใช้สูตร 18-4-5 ซึ่งได้รับแจกจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอบุณฑริกใส่ในสัดส่วนตามที่ได้รับมา ในปีที่ 7-12 ใช้สูตร 21-7-14 ปีละ 30 กระสอบ และปุ๋ยอินทรีย์ตรารวยไม่เลิก ปีละ50 กระสอบ ขณะเดียวกันเกษตรกรมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์มูลค้างคาวรวมด้วย โดยการใส่ปุ๋ยจะใส่ปีละ 2 ครั้ง ทุกปีในช่วงต้นฝนและปลายฤดูฝน

                 การกรีด  เกษตรกรกรีดและทำยางแผ่นเอง โดยจะทำการเปิดหน้ายางในเดือนเมษายนและทำการกรีดเดือนพฤษภาคม – เดือนมกราคม หรือบางปีก็กรีดได้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นอยู่กับการร่วงของใบยาง ในการกรีดจะแบ่งขนาดลำต้นเพื่อกรีดยางแบบครึ่งลำต้นและใช้เวลาในการกรีดยางปกติจะกรีด 2 วัน เว้น 1 วัน ยกเว้นในช่วงที่ฝนตกชุกและอาจกรีดชดเชยวันเว้นวัน หลังฝนหยุด

การวิเคราะห์ตัวอย่างดินแปลงปลูกยาง       

ตารางที่3 ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างดินในแปลง

บริเวณที่เก็บ

ในแปลง

นอกแปลง

ความลึกดิน     (cm)

 0-30

 30-60

 0-30

 30-60

pH *

4.78

4.84

4.82

4.67

EC (mS)

0.004

0.006

0.009

0.008

Organic matter (%)

0.35

0.25

0.59

0.2

K (ppm)

25.45

24.47

18.58

12.46

P (ppm)

5.76

0.37

1.94

0.37

                จากข้อมูลการวิเคราะห์ดินในแปลงตัวอย่างพบว่ามีปริมาณอินทรียวัตถุ โพแทสเซียมและ ฟอสฟอรัส อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของดินทั่วไป และ pH อยู่ในระดับกรดอ่อน ซึ่งถือว่า pH อยู่ในระดับที่เหมาะสมในการปลูกยางพารา เพราะอยู่ในช่วง 4.0-5.5

                การขายผลผลิต เกษตรกรมีการขายผลผลิต 2 ครั้งต่อเดือน ในรูปของยางแผ่นและขี้ยางที่สหกรณ์รับซื้อยางพาราอำเภอบุณฑริก  และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอำเภอบุณฑริกโดยภาพรวมผลผลิตยางแผ่นในเดือนแรกเกษตรกรจะขายในรูปของขี้ยางพาราประมาณ 180-250 กิโลกรัมต่อเดือน ในเดือนที่สองจะขายผลผลิตในรูปยางแผ่นประมาณ 250-300 กิโลกรัมต่อวันและขี้ยาง 50-100 กก.ต่อเดือน ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนจะได้ผลผลิตประมาณ 20- 30 แผ่นต่อวัน (1 แผ่น ประมาณ 1.3-1.5  กิโลกรัม) โดยเฉลี่ยในฤดูหนาว (เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม) ผลผลิตยางพารามีปริมาณมากที่สุดประมาณ 31-50 แผ่นต่อวัน เกษตรกรจะหยุดกรีดเมื่อยางเริ่มผลัดใบในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ ผลผลิตจะลดเหลือเพียงวันละ 17- 18 แผ่นและน้ำยางจะใสไม่ข้น ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปริมาณฝนด้วยเช่นกัน

                ต้นทุนการผลิตยางพารา

ตารางที่4  ต้นทุนการผลิตยางพาราตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน (ยางแปลงแรก 18 ไร่)

รายการ

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

ปีที่ 6

ปีที่ 7

ปีที่ 8

ปีที่ 9

ปีที่ 10

ปีที่ 11

ปีที่ 12

1.เตรียมดิน

45,000

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.ทำแนวกันไฟ 

( แรงงาน / อุปกรณ์)

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

400

3.การปลูก(ค่าพันธุ์ )   

4,040

500

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- วัสดุและ อุปกรณ์ปลูก

415

180

240

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ค่าขนส่งพันธุ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ปุ๋ยรองก้นหลุม

1,000

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ปุ๋ยอินทรีย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- เครื่องพ่นยา

1,200

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- แรงงานปลูก

1,100

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.การบำรุงรักษา   

-ปุ๋ยเคมี(สูตร 18-4-5 )

2,672

3,006

3,340

3,674

4,008

4,342

4,676

 

 

 

 

 

-ปุ๋ย(สูตร 21-7-14)

 

 

 

 

 

 

 

21,000

21,000

21,000

21,000

60,000

-ปุ๋ยคอก( ปุ๋ยอินทรีย์ )

1,800

2,000

2,200

2,400

2,600

2,800

3,000

3,200

3,400

3,600

3,800

4,000

-การกำจัดวัชพืช     

1,200

1,240

1,320

4,000

4,000

4,000

4,000

4,000

4,000

4,000

4,000

4,000

-ไถพรวนกำจัดวัชพืช  

1,500

1,500

1,500

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานจ้าง

7,200

7,200

7,200

7,200

7,200

720

720

720

720

720

720

720

 - การฉีดพ่นสาร

กำจัด  ศัตรูพืช                

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

1,200

5.การกรีดยาง

-เครื่องมือกรีดยาง

 

 

 

 

 

 

1,370

35

35

250

350

250

-อุปกรณ์รีดยาง

 

 

 

 

 

 

41,910

2,080

2,080

2,080

2,080

2,080

6. โรงเรือนและอุปกรณ์อบยาง

 

 

 

 

 

 

12,000

 

 

 

 

 

รวม

68,727

17,226

17,400

18,874

19,408

13,462

69,276

32,635

32,835

33,250

33,550

144,250

หมายเหตุ เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยหลากหลายชนิด ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะในปีการปลูกที่ 12 หลังพบว่าการใช้ปุ๋ย มีผลต่อผลผลิตน้ำยางสูง และเป็นช่วงที่ยางแผ่นราคา กก.ละ 80-100 บาท

กรณีศึกษาฟาร์มนายไพจิตร  กาญจนเสน 

อายุ 56 ปี ลักษณะฟาร์มเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ มีการทำการเกษตรร่วมกับการค้าขาย เกษตรกรมีฐานะดีตั้งอยู่ในเขตดินชุดโคราช และเป็นเขตปริมานฝนตกชุกมากกว่า 1,760 มิลลิเมตร ต่อปี

        สภาพทั่วไปของฟาร์ม  สถานที่ตั้ง บ้านเลขที่ 87 หมู่ 6 บ้านทุ่งนาเมือง ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัด อุบลราชธานี หมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอยู่ห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงไม่ไกลนักและอยู่ในแนวรอยต่อเขตป่าดงนาทาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม

         ลักษณะฟาร์ม  พื้นที่ทำการเกษตรมีทั้งหมดจำนวน 110 ไร่ ลักษณะพื้นที่ฟาร์มเป็นที่ลุ่มสลับดอน บริเวณโดยรอบเป็นป่าเสื่อมโทรม ดินมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย บริเวณที่ลุ่มเป็นดินน้ำซับ เกษตรกรขุดบ่อเลี้ยงปลาและรองรับน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง และยังใช้พื้นที่ดังกล่าวปลูกปาล์มน้ำมันด้วย มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 7 คนมีการจ้างแรงงานประจำ 4 คน เพื่อกรีดยางและดูแลรักษาสวนยางพารา มีแรงงานในครอบครัว 2 คน นอกจากทำอาชีพการเกษตรแล้วเกษตรกรยังทำอาชีพรองคือค้าขายข้าว และขายปุ๋ย

                กิจกรรมในฟาร์ม: เป็นลักษณะการผสมผสานระหว่างการปลูกพืช ไม้ยืนต้นและการเลี้ยงสัตว์ในลักษณะวนเกษตร (Agro forestry) ซึ่งประกอบด้วยไม้ผล (มะม่วง มะขาม กระท้อน มะม่วงหิมพานห์) ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมันและทำนา นอกจากนี้ยังปลูกไม้ใช้สอยเช่นสะเดา ไผ่ พร้อมทั้งเลี้ยงปศุสัตว์ด้วยโดยการปล่อยพื้นที่ว่างเปล่าจำนวน 8 ไร่ เป็นแปลงหญ้าสำหรับเลี้ยงวัว ควายและในระหว่างร่องปาล์มยังปลูกหญ้ากินนีสีม่วงแซมด้วยซึ่งมีอายุประมาณ 1 ปี

                                                                รูปที่4  สภาพพื้นที่บริเวณสวนยางพาราของนายไพรจิตร

 การปลูกยางพารา : เกษตรกรมีการปลูกยางพารา 3 แปลงพื้นที่ปลูกแรกมีพื้นที่  30 ไร่ ปลูกเมื่อที่ พ.ศ. 2539   พันธุ์RRIM600 แปลงที่ สองมีพื้นที่ 22 ไร่ ปลูกปี พ.ศ. 2540   พันธุ์ RRIM600 ผสม PBM 24 แปลงปลูกที่สามมีพื้นที่ 30 ไร่ ปลูกปี พ.ศ. 2545  พันธุ์ RRIM600            

                ข้อมูลการผลิต การลงทุนแปลงปลูกยางพาราแปลง พื้นที่ 22 ไร่ ปลูกปี 2540

                การปลูก   ร้อยละ 90 เป็นพันธุ์ RRIM600 ส่วนที่เหลือเป็นพันธุ์ PBM 24  ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์  ต้นพันธุ์เป็นต้นตอตาเขียว 2 ฉัตร แหล่งต้นพันธุ์จากกลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า  ระยะห่างในการปลูก 3.3 x 6 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50 x 5 0 x 50 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 รองก้นหลุม

                การกำจัดวัชพืช ในปีแรกและปีที่ 2 ไม่มีการกำจัดวัชพืชเพราะเกษตรกรปลูกข้าวไร่แซมตามร่องยางพาราปกติทุกปีจะมีการกำจัดวัชพืชปีละ 2 ครั้ง โดยใช้แรงงานคนและใช้สารกำจัดศัตรูพืชโดยครั้งที่ 2 จะทำพร้อมกับการทำแนวกันไฟในช่วงปลายฤดูฝนของทุกปี

                การใช้ปุ๋ย ในปีที่ 1-3ใช้สูตร 18-4-5 ปีที่ 4-6 ใช้สูตร 18-10-6 และปีที่ 7--10 ใช้สูตร 15-7-18 ปีละ 2 ครั้งโดยใส่ในต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน ส่วนปุ๋ยคอกจะใส่ในปีที่ 7-10  และมีการใส่แกลบด้วย

                การกรีด  มีการจ้างแรงงานประจำ 2 คนเพื่อกรีดและทำยางแผ่นตลอดจนการดูแลรักษาทั่วไป โดยมีการตกลงแบ่งรายได้ใน อัตราส่วน 60:40  (เจ้าของสวน : คนกรีด) โดยจะทำการเปิดหน้ายางในเดือนเมษายนและทำการกรีดเดือนพฤษภาคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งอาจจะถึงเดือนมีนาคม ขึ้นอยู่กับการร่วงของใบยางด้วย การกรีดในการกรีดจะแบ่งขนาดลำต้นเพื่อกรีดยางเป็น ½ ของลำต้นและใช้เวลาในการกรีดยางปกติจะกรีด 2 วัน หยุด 1 วัน ยกเว้นในช่วงที่ฝนตกชุก

                การวิเคราะห์ตัวอย่างดินแปลง       

ตารางที่5 ผลวิเคราะห์เคมีดินในฟาร์มตัวอย่าง

บริเวณที่เก็บ

ในแปลง

นอกแปลง

ความลึกดิน  (cm)

 0-30

 30-60

 0-30

 30-60

pH *

4.78

4.84

4.82

4.67

EC (mS)

0.004

0.006

0.009

0.008

Organic Metter (%)

0.35

0.25

0.59

0.2

K (ppm)

25.45

24.47

18.58

12.46

P (ppm)

5.76

0.37

1.94

0.37

                จากข้อมูลในตารางดินในฟาร์มตัวอย่างมีอินทรียวัตถุ โพแทสเซียมและ ฟอสฟอรัส อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของดินทั่วไป ส่วนระดับ อยู่ในระดับที่ค่อนข้างเป็นกรด จึงสรุปได้ว่าดินในแปลงตัวอย่างมี pH ที่เหมาะสมในการปลูกยางพารา (pH 4.4-5.5)

                การวิเคราะห์การเจริญเติบโตยางพาราแปลงตัวอย่าง จากการสุ่มวัดการเจริญเติบโต 10 ต้นพบว่าขนาดลำต้นมีเส้นรอบวงเฉลี่ย 44 .6 เซนติเมตร และมีความสูงเฉลี่ย 13 เมตร และเปอร์เซ็นต์แสงส่องพื้นเฉลี่ยร้อยละ 10

                ต้นทุนการผลิตยางพารา

ตารางที่6 ต้นทุนการผลิตยางพาราตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน

 

ปีที่

รายการ

1

2

3

4

5

6

7

8

9

1.เตรียมดิน

7,500

 

 

 

 

 

 

 

 

2.ทำแนวกันไฟ

10,000

 

 

 

 

 

 

 

 

3.การปลูก(ค่าพันธุ์)   

22,000

 

650

 

 

 

 

 

 

- วัสดุและอุปกรณ์ปลูก

118

 

 

 

 

 

 

 

 

 -ค่าขนส่งพันธุ์

700

 

 

 

 

 

 

 

 

- ปุ๋ยรองก้นหลุม

1,400

 

 

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยคอก (ปุ๋ย)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ยากำจัดศัตรูพืช

 

 

12,000

 

 

 

 

 

 

-เครื่องพ่นยา

2,800

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานปลูก - จ้าง

6,000

 

 

 

 

 

 

 

 

4. การบำรุงรักษา

-ปุ๋ยเคมี (สูตร 18-4-5 )

4,200

7,600

7,600

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยเคมี (สูตร 18-10-6 )

 

 

 

9,120

12,160

19,200

 

 

 

-ปุ๋ยเคมี (สูตร 15-7-18 )

 

 

 

 

 

 

25,000

26,500

26,500

-ปุ๋ยคอก ( ปุ๋ยมูลสัตว์ )

 

 

 

 

 

 

11,040

11,040

14,400

-อื่นๆ......แกลบ.....

 

 

 

 

 

 

3,000

3,000

3,000

-สารกำจัดวัชพืช

 

 

12,000

 

 

 

 

 

 

-ไถกำจัดวัชพืช

 

 

10,000

10,000

 

 

 

 

 

-ค่าจ้างแรงงาน

 

 

6,000

6,000

6,000

 

 

 

 

- จ้างแรงงานใส่ปุ๋ย

180

200

200

200

200

200

200

240

240

5.การกรีดยาง

-เครื่องมืออุปกรณ์

 

 

 

 

 

 

54,870

1,600

1,600

- จ้างแรงงานกรีด

(40 %ของรายได้)

 

 

 

 

 

 

119,123

138,271

163,702

6. โรงเรือนและ

อุปกรณ์อบยาง

10,000

 

 

 

 

 

 

 

 

รวม

64,898

7,800

48,450

25,320

18,360

19,400

214,123

180,651

209,442

 

                การกรีดและขายผลผลิต  เกษตรกรมีการขายผลผลิต 2 ครั้งต่อเดือน ในรูปของยางแผ่นตากแห้งและขี้ยางที่สหกรณ์รับซื้อยางพาราอำเภอศรีเมืองใหม่  และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอำเภอศรีเมืองใหม่  โดยภาพรวมผลผลิตยางแผ่นในเดือนแรกจะได้ประมาณ  30-40 กิโลกรัม (1 แผ่น ประมาณ 1.3  กิโลกรัม) ขี้ยาง ประมาณ 60-70 กิโลกรัม  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและความสมบูรณ์ของต้นยาง ผลผลิตจะเพิ่มเป็น 50 – 60 แผ่นต่อวัน ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน โดยเฉลี่ยในฤดูหนาว (ตุลาคม – มกราคม) ผลผลิตยางพารามีปริมาณมากที่สุดประมาณ 55-70 แผ่นต่อวัน เกษตรกรจะหยุดกรีดเมื่อยางเริ่มผลัดใบในช่วงเดือน กุมภาพันธุ์ – มีนาคม ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื้นในดินด้วย ช่วงเดือนสุดท้ายของการกรีดผลผลิตจะอยู่ประมาณ 30-40 แผ่นต่อวัน

กรณีศึกษาฟาร์มฟาร์มกรณีศึกษานายทองดี กวดขัน 

อายุ 52 ปี ฟาร์มมีลักษณะดินชุดบุณฑริก ปริมาณฝนปานกลางเฉลี่ย 1,500-1,700 มิลลิเมตรต่อปี เป็นฟาร์มขนาดกลาง

( พื้นที่ 40 ไร่ ปลูกยาง 20 ไร่ ) เกษตรกรมีฐานะปานกลาง

                สภาพทั่วไปของฟาร์ม สถานที่ตั้ง บ้านเลขที่ 63 หมู่ 8 บ้านหนองเรือ ตำบลคอแลน อำเภอบุณฑริกจังหวัด อุบลราชธานี หมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดแหล่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี

                ลักษณะฟาร์ม พื้นที่ทำการเกษตรมีทั้งหมดจำนวน 40 ไร่ ลักษณะพื้นที่ฟาร์มเป็นที่ดอนลาดเทลงที่ลุ่ม บริเวณโดยรอบเป็นป่าเสื่อมโทรม ดินมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย บริเวณที่ลุ่มเป็นดินทรายจัด เกษตรกรจึงใช้พื้นที่ในการทำนา และยังใช้พื้นที่ดังกล่าวปลูกยางพาราด้วย เกษตรกรมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 5 คน มีแรงงานในครอบครัว 2 คน เพื่อกรีดยางและดูแลรักษา

กิจกรรมในฟาร์ม เป็นลักษณะการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะเกษตรกรใช้พื้นที่ปลูกยางพารา 2 แปลง แปลงแรกมีพื้นที่ 4 ไร่ (ปลูก 10 ไร่ แต่ไฟไหม้ก่อนให้ผลผลิต 6 ไร่) เปิดกรีดเมื่อปี พ.ศ. 2546 แปลงที่สองยังไม่ได้เปิดกรีดพื้นที่ 16 ไร่ แปลงที่สามใช้ทำนามีพื้นที่ 20 ไร่

                การปลูกยางพารา : เกษตรกรมีการปลูกยางพารา 2 แปลงพื้นที่แปลงปลูกแรกมีพื้นที่ 4 ไร่ ปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2536 พันธุ์ RRIM600 แปลงที่สองมีพื้นที่ 16 ไร่ ปลูกปี พ.ศ. 2549   พันธุ์ RRIM600

                                รูปที่5 สภาพทั่วไปสวนยางพาราของนายทองดี กวดขัน

 

                        รูปที่ 6 สภาพโดยรอบและลักษณะหน้ายางแปลงยางพาราของนายทองดี กวดขัน

                ข้อมูลการผลิตและการลงทุนแปลงปลูกยาง 4 ไร่

การปลูก   ปลูกเมื่อเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2536  พันธุ์ RRIM600 ต้นพันธุ์เป็นต้นยางชำถุง 2 ฉัตร แหล่งต้นพันธุ์จากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอบุณฑริก  ระยะห่างในการปลูก 2.5x7 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตรร็อคฟอตเฟสรองก้นหลุม

การกำจัดวัชพืช  ในปีแรก มีการกำจัดวัชพืชโดยการจ้างแรงงานดายหญ้า และไถพรวนกำจัดวัชพืชส่วนในปีที่สองถึงปีที่สี่จะจ้างแรงงานดายหญ้าร่วมกับการไถพรวนกำจัดวัชพืช ปีที่ ห้า ถึงปัจจุบันจ้างแรงงานดายหญ้าร่วมกับใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึม (ไกลโฟเซต) โดยในแต่ละปีจะมีการกำจัดวัชพืชปีละ 2 ครั้ง และในครั้งที่ 2 จะทำพร้อมกับการทำแนวกันไฟในช่วงปลายฤดูฝนของทุกปีโดยใช้รถไถเดินตามไถรอบแปลง

                การใส่ปุ๋ย  ในปีที่ 1-7 ใช้สูตร 18-4-5 ซึ่งได้รับจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอุบลราชธานี ใส่ในสัดส่วนตามที่ได้รับมา ในปีที่ 7-14 ใช้สูตร 15-7-18 โดยการใส่ปุ๋ยจะใส่ปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นฝนและปลายฤดูฝนขณะเดียวกันเกษตรกรก็มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ด้วยทุกปี

                การกรีด  เกษตรกรกรีดและทำยางแผ่นเอง และในขบวนการกรีดมีการกรีดยางที่ประณีตมาก โดยจะทำการเปิดหน้ายางในเดือนเมษายนและทำการกรีดเดือนพฤษภาคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี ขึ้นอยู่กับการร่วงของใบยางด้วย ในการกรีดจะแบ่งขนาดลำต้นเพื่อกรีดยางเป็น ½ ของลำต้นและใช้เวลาในการกรีดยางปกติจะกรีด 2 วัน หยุด 1 วัน

                การวิเคราะห์ตัวอย่างดินแปลง

ตารางที่7 ผลวิเคราะห์เคมีดินในฟาร์มตัวอย่าง

บริเวณที่เก็บ

ในแปลง

นอกแปลง

ความลึกดิน (cm)

 0-30

 30-60

 0-30

 30-60

pH

4.42

4.49

4.50

4.58

EC (mS)

0.018

0.010

0.011

0.010

%OM

0.84

0.46

0.70

0.26

K (ppm)

34.05

19.16

22.86

19.18

P (ppm)

0.27

0.48

3.60

0.53

                จากข้อมูลในตารางดินในฟาร์มตัวอย่างมีปริมาณอินทรียวัตถุ โพแทสเซียมและ ฟอสฟอรัส อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของดินทั่วไป pH อยู่ในระดับที่ค่อนข้างเป็นกรด จึงสรุปได้ว่าดินในแปลงตัวอย่างมี pH ที่เหมาะสมในการปลูกยางพารา (pH 4.4-5.5)

                การวิเคราะห์การเจริญเติบโต

จากการสุ่มตัวอย่างต้นยางพาราในแปลงตัวอย่าง เพื่อวัดการเจริญเติบโตพบว่าขนาดลำต้นมีเส้นรอบวงลำต้นเฉลี่ย 55.8 เซนติเมตร ความสูงเฉลี่ย 13.42 เมตร ขนาดทรงพุ่มเฉลี่ย และแสงส่องพื้นเฉลี่ยร้อยละ 10

                ต้นทุนการผลิตยางพารา

ตารางที่8  ต้นทุนการผลิตยางพาราตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน

 

ปีที่

รายการ

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

1.เตรียมดิน

1,800

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.ทำแนวกันไฟ 

1,500

1,500

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

1,000

3.การปลูก

(ค่าพันธุ์)   

4,040

500

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-วัสดุและอุปกรณ์

415

180

240

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-ค่าขนส่งพันธุ์

200

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยรองก้นหลุม 

560

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยอินทรีย์

660

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-เครื่องพ่นยา

600

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานปลูก  

1,638

150

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.การบำรุงรักษา  

 -ปุ๋ยเคมี สูตร 18-4-5

700

1,400

2,100

2,800

3,500

4,200

4,200

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยเคมี สูตร 15-7-18

 

 

 

 

 

 

 

9,000

9,000

9,000

23,200

23,200

24,800

-ปุ๋ยคอก,ปุ๋ยอินทรีย์

 

668

668

668

668

668

668

1,002

1,002

1,002

1,002

1,002

1,002

-ยากำจัดวัชพืช 

 

 

 

 

380

380

380

380

380

380

380

380

380

-ไถพรวนกำจัดวัชพืช

 

1,500

800

800

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานจ้าง

1,092

1,092

728

728

728

728

728

728

728

728

728

728

728

-การฉีดพ่นสาร

 

 

 

 

400

400

400

400

400

400

400

400

400

5.การกรีดยาง

-เครื่องมือกรีดยาง

660

 

 

100

 

 

 

 

100

240

340

240

1,030

-อุปกรณ์กรีดยาง

 

 

 

14,440

 

 

 

 

 

 

540

540

540

6. โรงเรือนและ

อุปกรณ์อบยาง

10,000

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รวม

23,865

6,990

5,536

20,536

6,676

7,376

7,376

12,510

12,610

12,750

27,590

27,490

29,880

 

                การขายผลผลิตยางพารา

เกษตรกรมีการขายผลผลิต 2 ครั้งต่อเดือน ในรูปของยางแผ่นและขี้ยางที่สหกรณ์รับซื้อยางพาราอำเภอบุณฑริก  และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอำเภอบุณฑริกโดยภาพรวมผลผลิตยางแผ่นในเดือนแรกของการกรีดจะประมาณ 7-10 แผ่น (1 แผ่น ประมาณ 1.3  กิโลกรัม) ขี้ยาง ประมาณ 90-100 กิโลกรัม  ในเดือนที่สองจนถึงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนผลผลิตประมาณ 15 – 20 แผ่น โดยเฉลี่ยในฤดูหนาว (เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม) ผลผลิตยางพารามีปริมาณมากที่สุดประมาณ 20-25 แผ่นต่อวัน เกษตรกรจะหยุดกรีดเมื่อยางเริ่มผลัดใบในช่วงเดือน กุมภาพันธุ์ – มีนาคม ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื้นในดินที่ได้รับอิทธิพลจากปริมาณฝน ช่วงเดือนสุดท้ายของการกรีดผลผลิตจะอยู่ประมาณ 20 แผ่นต่อวัน

กรณีศึกษาฟาร์มนายคำไหล ลิวัน

                นายคำไหลอายุ 53 ปี ฟาร์มอยู่ในดินชุดโคราช ปริมาณฝนปานกลาง เฉลี่ย 1,500 – 1,700 มิลลิเมตร/ปี เป็นฟาร์มขนาดกลาง (พื้นที่ 43 ไร่) เกษตรกรมีฐานะปานกลาง

                สภาพทั่วไปของฟาร์ม: อยู่ บ้านเลขที่ 118 หมู่ 1 บ้านห้วยข่า ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัด อุบลราชธานี พื้นที่ติดกับส่วนต้นน้ำของแม่น้ำลำโดมน้อย ซึ่งพื้นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์

                ลักษณะฟาร์ม: พื้นที่ทำการเกษตรมีทั้งหมดจำนวน 43 ไร่ ลักษณะพื้นที่ฟาร์มเป็นที่เนินดอนลาดเทลงสู่ลำน้ำ 3 ด้าน ดินมีลักษณะเป็นดินทรายผสมตะกอนลำน้ำในบริเวณที่ลุ่มอยู่ติดห้วยลำโดมน้อย เกษตรกรมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 4 คน มีแรงงานในครอบครัว 2 คน เพื่อทำการกรีดยางและทำยางแผ่นตลอดจนดูแลรักษาสวนยางพารา

                กิจกรรมในฟาร์ม: เป็นลักษณะผสมผสานระหว่างข้าวกับยางพารา พื้นที่ปลูกยางมี 2 แปลง แปลงแรกพื้นที่ 8 ไร่ เปิดกรีดเมื่อปี พ.ศ. 2546 แปลงที่สองยังไม่ได้เปิดกรีดมีพื้นที่ 5 ไร่ แปลงที่สามใช้ทำนามีพื้นที่ 30 ไร่

 

 

                                                             รูปที่10  สภาพสวนยางพารานายคำไหล ลิวัน

                การปลูกยางพารา : เกษตรกรมีการปลูกยางพารา 2 แปลงพื้นที่แปลงปลูกแรกมีพื้นที่ 8 ไร่ ปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2536 พันธุ์ RRIM600 แปลงที่สองมีพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกปี พ.ศ. 2549   พันธุ์ RRIM600

                การผลิตและการลงทุนแปลงปลูกยางพารา  8 ไร่

การปลูก :  ปลูกเมื่อเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2536  พันธุ์ RRIM600 ต้นพันธุ์เป็นต้นยางชำถุงขนาด 2 ฉัตร แหล่งต้นพันธุ์จากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง  ระยะห่างในการปลูก 3.3 x 6 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตรร็อคฟอตเฟสรองก้นหลุม

การกำจัดวัชพืช : ในปีแรกถึงปีที่สองไม่มีการกำจัดวัชพืชเนื่องจากเกษตรกรขาดแรงงาน และขาดแรงจูงใจ เนื่องจากช่วงที่ปลูกราคายางต่ำ แต่ในปีที่สามถึงสี่มีการจ้างแรงงานถางหญ้าและทำการไถพรวนกำจัดวัชพืชส่วนในปีที่ห้าถึงปีที่ปัจจุบันจะใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึม (ไกลโฟเสต) โดยในแต่ละปีจะมีการกำจัดวัชพืชปีละ2 ครั้ง และในครั้งที่ 2 จะทำพร้อมกับการทำแนวกันไฟทุกปี

        การใส่ปุ๋ย : โดยการใส่ปุ๋ยจะใส่ปีละ 2 ครั้ง ทุกปีในช่วงต้นฝนและปลายฤดูฝน ในปีที่ 1-7 ใช้สูตร 18-4-5 ในปีที่ 7-13 ใช้สูตร 15-7-18 ปีละ 30 กระสอบ ขณะเดียวกันเกษตรกรก็มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์มูลค้างคาวด้วยในปีที่เริ่มกรีดจนถึงปัจจุบันปีละ18 กระสอบ

การกรีด : เกษตรกรกรีดและทำยางแผ่นเอง โดยจะทำการเปิดหน้ายางในเดือนเมษายนและทำการกรีดเดือนพฤษภาคม – เดือนมกราคม หรือบางปีก็กรีดได้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นอยู่กับการร่วงของใบยาง ในการกรีดจะแบ่งขนาดลำต้นเพื่อกรีดยางเป็น ½ ของลำต้นและใช้เวลาในการกรีดยางปกติจะกรีด 2 วัน หยุด 1 วัน ยกเว้นในช่วงที่ฝนตกชุกและจากการสังเกตในแปลงพบว่าหน้ายางเสียหายมากเนื่องจากเกษตรกรกรีดหน้ายางลึก

                การวิเคราะห์ตัวอย่างดินในแปลง

ตารางที่9 ผลวิเคราะห์เคมีดินในฟาร์มตัวอย่าง

บริเวณที่เก็บ

ในแปลง

นอกแปลง

ความลึกดิน (cm)

 0-30

 30-60

 0-30

 30-60

pH

4.89

5.01

5.46

5.45

EC (mS)

0.012

0.007

0.013

0.007

%OM

0.87

0.32

0.92

0.34

K (ppm)

52.41

25.98

42.82

25.04

P (ppm)

2.40

0.91

3.80

1.22

 

                จากข้อมูลในตารางดินในแปลงตัวอย่างพบว่ามีปริมาณอินทรียวัตถุ โพแทสเซียมและ ฟอสฟอรัส อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของดินทั่วไป และ pH อยู่ในระดับกรดอ่อน จึงสรุปได้ว่าดินในแปลงตัวอย่างมี pH เหมาะสมในการปลูกยางพารา เพราะอยู่ในช่วง  4.0-5.5

                การเจริญเติบโต

จากการสุ่มตัวอย่างต้นยางพาราในแปลงตัวอย่าง เพื่อวัดการเจริญเติบโตพบว่าขนาดลำต้นมีเส้นรอบต้นเฉลี่ย 52.6เซนติเมตร ความสูงเฉลี่ย 13.52 เมตร ขนาดทรงพุ่มเฉลี่ย 4.96 เมตร และเปอร์เซ็นต์แสงส่องพื้นประมาณร้อยละ 10

ต้นทุนการผลิตยางพาราพื้นที่ 8 ไร่

ตารางที่10   ต้นทุนการผลิตยางพาราตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน

 

ปีที่

รายการ

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

1.เตรียมดิน

300

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.ทำแนวกันไฟ 

400

400

400

400

400

400

400

400

500

500

500

500

500

3.การปลูก (ค่าพันธุ์)   

5,387

1,480

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-วัสดุและอุปกรณ์

395

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยรองก้นหลุม 

560

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-เครื่องพ่นยา

900

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานปลูก  

1,456

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.การบำรุงรักษา  

 -ปุ๋ยเคมี สูตร 18-4-5

2,100

3,500

5,600

7,000

9,800

10,500

1,500

 

 

 

 

 

 

-ปุ๋ยเคมี สูตร 15-7-18

 

 

 

 

 

 

 

13,500

13,500

13,500

13,500

18,600

18,600

-ปุ๋ยคอก,ปุ๋ยอินทรีย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6012

6012

6012

-ยากำจัดวัชพืช 

 

 

 

 

400

400

400

400

450

450

450

450

450

-ไถพรวนกำจัดวัชพืช

 

 

400

400

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แรงงานจ้าง

 

 

300

300

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5.การกรีดยาง

-เครื่องมือกรีดยาง

540

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

390

80

-อุปกรณ์กรีดยาง

15,000

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1,120

1,120

1,120

6. โรงเรือนและ

อุปกรณ์อบยาง

1,500

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รวม

28,538

5,380

6,700

8,100

10,600

11,300

11,300

14,300

14,450

14,450

21,582

27,072

26,762

                ผลผลิต เกษตรกรขายผลผลิต 2 ครั้งต่อเดือน ที่สหกรณ์รับซื้อยางพาราอำเภอบุณฑริก  และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอำเภอบุณฑริก เริ่มเปิดหน้ายางและทำการกรีด เดือนเมษายน ผลผลิตครั้งแรกแต่ละปีขายในรูปของขี้ยางประมาณ 180-250 กิโลกรัมต่อเดือนไม่ได้ทำยางแผ่น ในเดือนที่สองจะขายผลผลิตในรูปของขี้ยางประมาณ 250-300 กิโลกรัม และทำเป็นยางแผ่นบ้างเล็กน้อยประมาณ 50 - 100 แผ่นต่อเดือน (1 แผ่น ประมาณ 1.3-1.5  กิโลกรัม) ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนจะได้ผลผลิตประมาณ 10 - 15 แผ่นต่อวัน โดยเฉลี่ยในฤดูหนาว (เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม) ผลผลิตยางพารามีปริมาณมากที่สุดประมาณ 15-20 แผ่นต่อวัน เกษตรกรจะหยุดกรีดเมื่อยางเริ่มผลัดใบในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ ผลผลิตประมาณวันละ 17- 18 แผ่น