6.4 การประเมินศักยภาพพื้นที่เพื่อการปลูกยางพาราในเขตจังหวัดอุบลราชธานี [1]

Land evaluation for rubber plantation in UbonRatchathani Province

ผศ.สุรจิต ภูภักดิ์ และรศ.ดร.สุวัฒน์ ธีระพงษ์ธนากร [2]

..........................................

บทคัดย่อ

                 การประเมินศักยภาพของพื้นที่เพื่อการปลูกพื้นเศรษฐกิจ เช่นกรณียางพารา ที่ดำเนินการในระดับภาคหรือระดับประเทศ เมื่อนำผลการวิเคราะห์มาใช้ในระดับจังหวัดหรือระดับที่ต่ำกว่า เช่นระดับอำเภอและตำบล มักให้รายละเอียดที่ไม่เพียงพอ การวิจัยครั้งนี้ ได้อาศัยข้อมูลมือสองที่ละเอียดขึ้นมาใช้ในการประเมินศักยภาพของพื้นที่ เพื่อการปลูกยางพารา ในจังหวัดอุบลราชธานี จากการใช้แผนที่กลุ่มชุดดินมาตราส่วน 1: 50,000 และปัจจัยสภาพภูมิอากาศ เช่น จำนวนเดือนที่แล้งต่อปี ปริมาณความชื้นวิกฤติในช่วงเดือนที่แล้ง การสูญเสียวันกรีดยาง ซึ่งประเมินจาก ข้อมูลภูมิอากาศย้อนหลัง 15 ปีจำนวน 18 สถานี ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

                การวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ใช้หลัก FAO-Sys โดยอาศัยระบบ GIS ทำให้ทราบว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกยางพาราในระดับความเหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลางร้อยละ 55 หรือประมาณ 5.3 ล้านไร่ พื้นที่ที่เหมาะสมจะอยู่ส่วนด้านตะวันตก ด้านเหนือและด้านใต้ของจังหวัด ซึ่งมีปริมาณฝนเฉลี่ยเกินกว่า 1,600 มม. ต่อปี ส่วนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งมีประมาณร้อยละ 42 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่นา อยู่บริเวณตอนกลางและตะวันตกของจังหวัด ผลงานวิจัยสามารถใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจในการปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ของหน่ายงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของโซนต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ ยังจะดำเนินการต่อ ในระยะต่อไปของงานวิจัย

Abstract:

Land evaluation aims at targeting the suitable area for economic crops, in most cases analyzed at country or regional scales facing aggregation bias when downscaling to use at local levels. This analysis aims to use more detail secondary data of soil and climate at provincial level to evaluate land for rubber plantation at UbonRatchathani province.This study used a GIS tool with FAO-Sys land evaluation approach to produce a suitability map for rubber production of UbonRatchathani province. Four suitability classes for rubber production were identified from the combination of 5 soil suitability classes with 2 rainfall suitability classes for rubber production. The soil suitability classes for rubber were originally classified by the Department of land development, bases on the 1:50,000 map scale of group of soil series of UbonRatchathani province. Rainfall suitability classes produces from the interpolation and classification of the combination of 3 indices of climate criteria, i.e. total soil water deficit during the dry months, losses of tapping day, number of dry months in a year. The indices of climate of the 18 stations were interpolated (Inverse Distance Weighted) to produce a continuous climate indices map, and then classified in to two classes which suitable and moderate suitable for rubber production, based on the criteria. The overlay method use to combine layers of climate and soil data was Storie’s Method. The final suitability classes were S1 (high suitability), S2 (moderate suitability), N (marginal suitability), and NN (unsuitable). The validation process is under analysis to evaluate the validity of zones described from the study.

1. คำนำ

                การประเมินศักยภาพของพื้นที่ (Land evaluation) เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการใช้ที่ดิน (Land use planning) มีวัตถุประสงค์ที่จะประเมินศักยภาพของพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างแล้วแต่กรณี การประเมินศักยภาพของพื้นที่ คือกระบวนการหาความสัมพันธ์ หรือเชื่อมโยง ลักษณะและคุณภาพของพื้นที่ (ดิน) ต่อความต้องการในการใช้ประโยชน์ ( FAO, 1976) โดยหลักการพื้นฐานแล้ว การประเมินศักยภาพของพื้นที่ เกี่ยวข้องกับการประเมินลักษณะทางกายภาพชีวภาพ (Biophysical) ของที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์หนึ่งๆ ผลที่ได้คือศักยภาพของที่ดิน และระดับความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตร การทำแหล่งน้ำ การจัดการทรัพยากรต่างๆ เป็นต้น การประเมินศักยภาพของพื้นที่เพื่อการปลูกยางพารา (สมเจตน์, 2544) เริ่มครั้งแรกโดยเวท ไทยนุกูล และคณะในปี พ.ศ. 2525 จากนั้นในปี 2528 สมยศ สินธุรหัส ได้ประเมินและจัดลำดับชั้นความเหมาะสมของพื้นที่ดินต่อการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ และในปี2531 กรมวิชาการเกษตรโดยสถาบันวิจัยยางได้ศึกษาศักยภาพของพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อการปลูกยางพาราครั้งแรก (กรมวิชาการเกษตร, 2531) และมีการศึกษาเพื่อปรับปรุงข้อมูลขึ้นมาใหม่เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในปี 2546 (กรมวิชาการเกษตร, 2546) อย่างไรก็ตาม การศึกษาทั้งสองครั้งทำการวิเคราะห์และประเมินในระดับภาค มีการใช้ข้อมูลดินและฝน ที่เป็นปัจจัยหลักในการวิเคราะห์ที่มีรายละเอียดต่ำ โดยใช้แผนที่ชุดดินมาตราส่วน 1:100,000 และข้อมูลเกี่ยวกับฝนก็มีจำนวนสถานีตรวจวัดไม่ครอบคลุมพื้นที่มากพอ  ดังนั้นเมื่อนำผลการวิเคราะห์มาใช้ในระดับตำบลหรืออำเภอ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการส่งเสริมการปลูกยางจึงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนสูงในการประเมินศักยภาพของพื้นที่

                ในการทำแผนที่ศักยภาพการปลูกพืช เช่นกรณีนี้คือยางพารา เพื่อการใช้งานในระดับพื้นที่ ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับอำเภอหรือและตำบล จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีรายละเอียดเพียงพอ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่สามารถจัดทำข้อมูลเหล่านั้นได้เอง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลทุติยภูมิที่ให้ความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่มีเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ สำหรับการประเมินศักยภาพของดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ รวมทั้งยางพารา ได้ดำเนินการและเผยแพร่โดยกรมพัฒนาที่ดิน (กรมพัฒนาที่ดิน, 2550; พันธ์, 2547) มีการใช้ข้อมูลพื้นฐานแผนที่กลุ่มชุดดินมาตราส่วน 1:50,000 เป็นฐานในการวิเคราะห์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนที่ประเมินศักยภาพความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชระดับตำบล แผนที่ดังกล่าวให้ข้อมูลศักยภาพของดินในเชิงกายภาพและเคมีต่อการผลิตพืชเศรษฐกิจแต่ละชนิด แต่เงื่อนไขด้านภูมิอากาศและฝนที่มีอิทธิพลสูงต่อการผลิตพืชเหล่านั้น มีการกล่าวถึงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                เนื่องจากยางพารามีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นแถบทวีปอาฟริกาตะวันตกและทวีปอเมริกาใต้  ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนและแห้งแล้ง แต่ละส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกัน เช่น แถบตะวันตกเฉียงใต้ของภาคคือจังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณฝนต่อปีเฉลี่ยตั้งแต่ 900 มม. ส่วนในพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของภาค คือจังหวัดนครพนม มีปริมาณฝนต่อปีเฉลี่ยตั้งแต่ 2,000 มม. ดังนั้นความเหมาะสมของภูมิอากาศต่อการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงน่าจะมีการศึกษาให้ละเอียด จากรายงานที่อ้างอิงโดยสมเจตน์ (2544) พบว่า ปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพาราควรมากกว่า 1,280 มม./ปี (Chairod et. al,1992) จำนวนเดือนที่แล้ง ไม่เกิน 5 เดือนต่อปี (Sinthurahut,1985) การสูญเสียวันกรีดยางเหตุจากฝนตก ควรต่ำกว่า 30 วันต่อปี   ปริมาณน้ำในดินวิกฤติในช่วงเดือนที่แล้งต้องไม่ต่ำกว่า 600 มม./ปี และความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศประมาณ 68-79% (Niane,1970) จากข้อมูลความต้องการสภาพภูมิอากาศ ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดังกล่าว เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึง ในการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่เพื่อการปลูกยางพารา

                ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยาในบ้านเราได้มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์และภาพถ่ายดาวเทียม มาช่วยในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ระบบข้อมูลครอบคลุมพื้นที่และทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถานีตรวจวัดน้ำปริมาณน้ำฝนกว่า 200 สถานี กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น การใช้ข้อมูลศักยภาพของดินในการผลิตพืชร่วมกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่มี จึงช่วยให้การวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ในการผลิตยางพาราระดับ อำเภอ และตำบลมีความแม่นยำ ยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลทุติยภูมิ มาใช้ในการประเมินศักยภาพพื้นที่ในการผลิตยางพาราของจังหวัดอุบลราชธานี และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการผลิตยางพาราในระดับอำเภอ แก่หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง

2. วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินศักยภาพของพื้นที่สำหรับปลูกยางพาราและใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและแนะนำการปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

3. อุปกรณ์และวิธีการดำเนินงาน

อุปกรณ์

-          แผนที่กลุ่มชุดดิน มาตราส่วน 1: 50,000 จากกรมพัฒนาที่ดินที่ดำเนินการระหว่างปี 2530-2534 โดยกองสำรวจและจำแนกดิน โดยรวมกลุ่มชุดดินเป็นหน่วยของกลุ่มชุดดิน 59 กลุ่ม และอีก 3 หน่วย พร้อมจัดชั้นความเหมาะสมของชุดดินต่อการปลูกยางพาราในระบบ GIS (Geographic Information System)

-          ข้อมูลเชิงพื้นที่มาตราส่วน 1:50,000 ได้แก่ข้อมูลทรัพยากร ดิน แหล่งน้ำ ป่าไม้ การใช้ประโยชน์ที่ดิน เส้นทางคมนาคม ขอบเขตการปกครอง พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในระบบ GIS

-          ข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายวันย้อนหลัง 15 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2547-2533 จาก 18 สถานีในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีได้แก่ ที่ว่าการอำเภอวารินชำราบ  ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม ที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่ ที่ว่าการอำเภอม่วงสามสิบ ที่ว่าการอำเภอตระการพืชผล ที่ว่าการอำเภอโขงเจียม ที่ว่าการอำเภอเขื่องใน ที่ว่าการอำเภอพิบูลมังสาหาร ที่ว่าการอำเภอน้ำยืน ที่ว่าการอำเภอบุณฑริก ที่ว่าการอำเภอเขมราฐ  ที่ว่าการอำเภอเมือง ที่ว่าการอำเภอวารินชำราบ ที่ว่าการอำเภอตาลสุม ที่ว่าการอำเภอกุดข้าวปุ้น ที่ว่าการอำเภอนาจะหลวย  สถานีบำรุงพันธ์สัตว์อุบลราชธานี สถานีทดลองหม่อนไหมอุบลราชธานี  นิคมสร้างตนเองลำโดมใหญ่ อ.เดชอุดม และ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี

-          ข้อมูลสภาพภูมิอากาศรายวันย้อนหลัง 15 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2547-2533 จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ ความเร็วลม ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ อัตราการระเหยของน้ำ ระยะเวลาที่มีแสงแดด และอุณหภูมิอากาศ

-          คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ และโปรแกรม ArcGIS 8.1 และ MS Excel

วิธีการดำเนินงาน

-          นำข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายวันจากสถานีตรวจวัด 18 สถานี ย้อนหลัง 15 ปี เข้าสู่โปรแกรม MS Excel เพื่อตรวจเช็คความผิดพลาด (Data cleaning) ของข้อมูลโดยหาค่าผิดปกติ (Outliner) จากสมมติฐานความน่าจะเป็นว่าปีใด ณ สถานีตรวจวัดใดมีปริมาณฝนรวมทั้งปีต่ำกว่า 900 มม. หรือสูงเกินกว่า 2,500 มม. อาจเกิดความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล ดังนั้นจะไม่นำข้อมูลของปีเหล่านั้นมาใช้ในการคำนวณ

-          วิเคราะห์ข้อมูลภูมิอากาศจาก 18 สถานี ย้อนหลัง 15 ปี (พ.ศ. 2547-2533) ในโปรแกรม MS Excel เพื่อจัดลำดับชั้นความเหมาะสมของสภาพภูมิอากาศและฝนต่อการปลูกยางพาราในจังหวัดอุบลราชธานี มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 1 )

o      คำนวณปริมาณฝนเฉลี่ย 15 ปี รายวัน รายเดือน และรายปี ของแต่ละสถานี  จากนั้นคำนวณจำนวนวันฝนตกเฉลี่ยต่อปีของแต่ละสถานี เพื่อวิเคราะห์การสูญเสียวันกรีดยางต่อปี (LTD: Losses of tapping day)

o      คำนวณค่าศักย์การคายระเหย (Potential evapotranspiration, Eto) รายวันเฉลี่ย 15 ปี ของแต่ละสถานี โดยใช้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีข้อมูลที่สมบรูณ์เพียงแห่งเดียวในจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนข้อมูลน้ำฝนใช้ของแต่ละสถานีจาก 18 สถานี จากนั้นนำค่า Eto มาวิเคราะห์ค่าอัตราการคายระเหยน้ำของยางพารา (Crop evapotranspiration, ETc)

o      วิเคราะห์จำนวนเดือนที่แล้งต่อปี (Dry month) โดยการหาค่าดัชนีความชื้นในดิน (Ih: Indices of humidity) จากสัดส่วนปริมาณน้ำฝนและอัตราการคายระเหยน้ำของยางพารา

o      วิเคราะห์หาค่าปริมาณความชื้นในดินวิกฤติ (TWD: Total of water deficit) โดยคำนวณจากผลรวมของค่าความต่างระหว่างดัชนีความชื้นในดินและค่าอัตราการคายระเหยน้ำของยางพารา

o      วิเคราะห์ค่าดัชนีภูมิอากาศ (Ic: Indices of climate) ของทั้ง 18 สถานี โดยการซ้อนทับ (Overlay) ข้อมูลดัชนีสภาพภูมิอากาศ 3 ปัจจัยคือ จำนวนเดือนที่แล้งต่อปี ปริมาณความชื้นในดินวิกฤติ และ การสูญเสียวันกรีดยางต่อปี โดยใช้หลัก Parametric Indices และใช้เทคนิคการซ้อนทับแบบ Storie’s method

-          ประมาณค่าดัชนีภูมิอากาศของพื้นที่ทั้งจังหวัดอุบลราชธานีโดยเทคนิคการประมาณค่าเชิงพื้นที่ (Interpolation) แบบ Inverse distance weighted ในระบบ GIS จากนั้นทำการวิเคราะห์ความเหมาะสมตามค่าคะแนนและจัดทำโซนความเหมาะสมของภูมิอากาศต่อการปลูกยางพารา

-          นำข้อมูลการจัดลำดับความเหมาะสมของดิน (Soil suitability zones: Is) ต่อการปลูกยางพาราที่วิเคราะห์โดยกรมพัฒนาที่ดิน (ภาคผนวกที่ 1) แสดงในรูปแผนที่ในระบบ GIS

-          ขั้นตอนสุดท้ายคือวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ในการปลูกยางพารา โดยทำการซ้อนทับข้อมูลโซนความเหมาะสมของดิน และโซนความเหมาะสมของสภาพภูมิอากาศต่อการปลูกยางพารา โดยใช้เทคนิคการซ้อนทับแบบ Storie’s method

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาพที่ 1 กระบวนการและขั้นตอนการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่เพื่อปลูกยางพารา

4. ผลการดำเนินงาน

                4.1 วิเคราะห์ค่าคะแนนการสูญเสียวัดกรีด (LTDi) (สมเจตน์, 2544 อ้างถึง Sys, 1985) จากจำนวนวันกรีดยางที่สูญเสียต่อปีเนื่องจากฝนตกหนัก (Losses of tapping days: LTD) เฉลี่ย 15 ปี ของทั้ง 18 สถานี โดยมีขั้นตอนดังนี้

                                4.1.1 หาค่าดัชนีฝนรายวัน (Rd) ของแต่ละเดือนจากสมการ 1

                                                                                          (1)

                โดย Rd คือดัชนีฝนรายวัน (มม.),

                R = ปริมาณฝนรายเดือน (มม.), และ

                RD = จำนวนวันฝนตกรายเดือน

                                4.1.2 นำค่าดัชนีฝนรายวัน (Rd) จากสมการ1 มาวิเคราะห์วันกรีดยางที่สูญเสีย ตามเงื่อนไขดังนี้

-          ถ้า Rd < 10 มม. ต่อวัน แสดงว่าฝนที่ตกแต่ละครั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการกรีดยาง

-          ถ้า Rd  10-15 มม. ต่อวัน แสดงว่าร้อยละ 25 ของจำนวนวันฝนตกในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถกรีดยางได้

-          ถ้า Rd  16-25 มม. ต่อวัน แสดงว่าร้อยละ 50 ของจำนวนวันฝนตกในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถกรีดยางได้

-          ถ้า Rd > 26 มม. ต่อวัน แสดงว่าทุกวันที่มีฝนตกในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถกรีดยางได้

                                2.2.3 วิเคราะห์ ค่าคะแนนการสูญเสียวัดกรีด (LTDi) จากค่าวันกรีดยางที่สูญเสียต่อปี ดังนี้

-          วันกรีดยางที่สูญเสีย < 30 วัน/ปี แสดงว่าไม่กระทบต่อผลผลิตยางให้ค่า LTDi = 100

-          วันกรีดยางที่สูญเสีย  30-45 วัน/ปี เป็นจำนวนวันที่มีผลกระทบต่อผลผลิตเล็กน้อยให้ค่า LTDi = 110-0.33 (LTD)

-          วันกรีดยางที่สูญเสีย  45-60 วัน/ปี เป็นจำนวนวันที่มีผลกระทบต่อผลผลิตปานกลางให้ค่า LTDi = 125-0.67 (LTD)

-          วันกรีดยางที่สูญเสีย  60-90 วัน/ปี เป็นจำนวนวันที่มีผลกระทบต่อผลผลิตค่อนข้างรุนแรงให้ค่า LTDi = 135-0.83 (LTD)

-          วันกรีดยางที่สูญเสีย  90-120 วัน/ปี เป็นจำนวนวันที่มีผลกระทบต่อผลผลิตรุนแรงให้ค่า LTDi = 105-0.50 (LTD)

-          วันกรีดยางที่สูญเสีย  >120 วัน/ปี เป็นจำนวนวันที่มีผลกระทบต่อผลผลิตอย่างรุนแรง ให้ค่า LTDi = 0.67 (LTD)-15

                4.2 วิเคราะห์หาช่วงเดือนที่แล้งสำหรับยางพารา ช่วงเดือนที่แล้งหมายถึงเดือนที่สัดส่วนปริมาณฝนน้อยกว่าปริมาณความต้องการน้ำของยางพารา วิเคราะห์จากค่าดัชนีความชื้นของอากาศ (Indices of humidity: Ih) แต่ละวัน แล้วนำค่าที่ได้เฉลี่ยเป็นรายเดือนในช่วง 15 ปี (พ.ศ. 2547-2533) ทั้ง 18 สถานี ณ จังหวัดอุบลราชธานี ค่า Ih เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำฝนและอัตราการระเหยที่วัดจากถาดระเหย (PAN A) คำนวณจากสมการ2

                           (2)

                Ih = ดัชนีความชื้นของอากาศ

                R  = ปริมาณฝนรายเดือน

                ETc = ปริมาณความต้องการน้ำของยางพารา คำนวณจากสมการ ETo * Kc โดยที่  ETo คืออัตราการคายระเหยน้ำอ้างอิงของพืช (Reference crop evapotranspiration) คำนวณจากอัตราการคายระเหยรายวันโดยใช้วิธีของ Penman-Montieth (FAO,1998) โดยสร้างสมการในโปรแกรม MS Excel จากสมการ 3

                          (3)

               

โดยที่

                ETo = อัตราการคายระเหยน้ำอ้างอิงของพืช (มม.วัน-1)

                Rn = พลังงานแสงสุทธิ (Net radiation at the crop surface) ณ ระดับความสูงของพืช (MJ m-2 d-1)

                G = อัตราการเคลื่อนย้ายพลังงานความร้อนในดิน (Soil heat flux density) (MJ m-2 d-1)

                T = อุณหภูมิเฉลี่ยที่ระดับ 2 เมตรจากพื้นดิน (Mean daily air temperature at 2 m. height)(0C)

                U2 = ความเร็วลมเฉลี่ยที่ระดับ 2 เมตรจากพื้นดิน (Wind speed at 2 m. height)( ms-1)

                es = ความกดดันบรรยากาศ ณ จุดไอน้ำอิ่มตัว (Saturation vapour pressure) (KPa)

                ea = ความกดดันบรรยากาศ ณ อุณหภูมิที่ศึกษา (Actual vapour temperature) (KPa)

                es - ea   = ความกดดันบรรยากาศ วิกฤติ (Saturation vapour pressure deficit) (KPa)

                 = ความลาดชันของเส้นกราฟความกดดันบรรยากาศ (KPa 0C-1)

                 = Psychrometric constant คือค่าความกดดันบรรยากาศเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน เหตุจากความสูงที่เปลี่ยนแปลง (KPa 0C-1)

ค่าดัชนีความต้องการน้ำของยางพารา (Kc)

ค่า Kc คือค่าดัชนีความต้องการน้ำของยางพารา ซึ่งค่านี้มีความผันแปรขึ้นกับอายุยางพาราและฤดูกาล ค่านี้ได้จากการศึกษาของสมเจตน์ (สมเจตน์, 2544) ซึ่งคำนวณจากข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่จังหวัดหนองคาย ดังปรากฏในตารางที่1

ตารางที่ 1   ค่าดัชนีความต้องการน้ำรายเดือนของยางพารา (Kc) ช่วงให้ผลผลิต ณ จังหวัดหนองคาย

เดือน

ม.ค

ก.พ

มี.ค

เม.ย

พ.ค.

มิ.ย

ก.ค

ส.ค

ก.ย

ต.ค

พ.ย

ธ.ค

Kc

0.63

0.54

0.48

0.58

0.98

1.07

1.52

1.52

1.52

1.52

0.83

0.65

จากสมการ2 ข้างต้น ถ้าค่า Ih ที่คำนวณได้ของเดือนใดต่ำกว่า 0.5 แสดงว่าเดือนนั้นเป็นเดือนที่แล้งสำหรับยางพารา แต่ถ้าค่า Ih สูงกว่า 1.0 แสดงว่าปริมาณน้ำเกินต่อความต้องการ ถ้าดินระบายน้ำไม่ดีอาจเกิดภาวะน้ำท่วมขัง (Waterlogging) ได้

หลังการวิเคราะห์จำนวนเดือนที่แล้งเฉลี่ยในแต่ละสถานีแล้ว จากนั้นนำมาพิจารณาให้ค่าคะแนนช่วงเดือนที่แล้ง (สมเจตน์, 2544 อ้างถึง Sys, 1985) ดังนี้

-          จำนวนเดือนที่แล้งไม่เกิน 3 เดือนต่อปี ถือว่าไม่มีผลกระทบ ให้ค่าคะแนน 100

-          จำนวนเดือนที่แล้ง 4 เดือน ถือว่ามีผลกระทบปานกลาง ให้ค่าคะแนน 95

-          จำนวนเดือนที่แล้ง 5 เดือน ถือว่ามีผลกระทบค่อนข้างรุนแรง ให้ค่าคะแนน 85

-          จำนวนเดือนที่แล้ง 6 เดือน ถือว่ามีผลกระทบรุนแรง ให้ค่าคะแนน 60

-          จำนวนเดือนที่แล้งเกินกว่า 7 เดือน ให้ค่าคะแนน 25 ซึ่งไม่แนะนำให้ปลูกยางพารา

4.3 การวิเคราะห์ปริมาณน้ำที่ขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง (Total water deficit: TWD) TWD หมายถึงผลรวมของปริมาณน้ำในดินที่ขาดแคลน (ปริมาณฝนน้อยกว่าปริมาณความต้องการน้ำของยางพารา) ในช่วงเดือนที่แล้ง คำนวณได้จากสมการ 4

                                                   (4)

                n = จำนวนเดือนที่แล้ง

                R = ปริมาณฝนของเดือนที่แล้ง (Ih ต่ำกว่า 0.5)

                ETc = ปริมาณความต้องการน้ำของยางพารา (มม.)

                ในการพิจารณาให้ค่าคะแนนปริมาณน้ำที่ขาดแคลนในช่วงแล้งของยางพารา (สมเจตน์, 2544 อ้างถึง Sys, 1985) พิจารณาดังนี้

-          TWD ไม่เกิน 450 มม. แสดงว่าไม่มีผลต่อการเจริญเติบโต ให้ค่าคะแนน TWDi = 100

-          TWD 450-550 มม. แสดงว่ามีขีดจำกัดเล็กน้อย ให้ค่าคะแนน TWDi = 122.2-0.05 TWD

-          TWD 550-650 มม. แสดงว่ามีขีดจำกัดเล็กน้อยถึงปานกลาง ให้ค่าคะแนน TWDi = 150.2-0.1 TWD

-          TWD 650-750 มม. แสดงว่ามีขีดจำกัดปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรง ให้ค่าคะแนน TWDi = 247.5-0.25 TWD

-          TWD 750-850 มม. ถือว่ามีขีดจำกัดรุนแรง ให้ค่าคะแนน TWDi = 172.5-0.15 TWD

-          TWD เกินกว่า 850 มม. ถือว่ามีขีดจำกัดรุนแรงมาก ไม่แนะนำให้ปลูกยางพารา ให้ค่าคะแนนจากสูตร TWDi = 215-0.2 T

ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศรายเดือนเฉลี่ย 15 ปี ของ 18 สถานี ในจังหวัดอุบลราชธานี

สถานี

ปัจจัย

ม.ค

ก.พ

มี.ค

เม.ย

พ.ค

มิ.ย

ก.ค

ส.ค

ก.ย

ต.ค

พ.ย

ธ.ค

วารินชำราบ

Rainfall (mm)

2.8

9.3

17.7

46.1

133.5

213.1

216.6

215.2

218.7

205.1

44.7

15.7

 

ETo (mm)

148.7

161.4

170.3

172.7

165.6

141.1

130.3

126.9

118.4

123.2

140.6

147.1

 

ETc (mm)

93.7

87.1

81.8

100.2

162.3

151.0

198.1

192.9

180.0

187.2

116.7

95.6

 

R-day (day)

0.2

0.9

1.5

3.4

7.8

9.9

11.7

12.4

13.1

11.5

3.9

1.3

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

62.1

80.6

100.0

100.0

100.0

28.0

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.2

0.5

0.8

1.4

1.1

1.1

1.2

1.1

0.4

0.2

 

TWD (mm)

-90.9

-77.9

-64.1

-54.1

-28.9

62.1

18.5

22.4

38.7

17.9

-72.0

-79.9

 

 ltd

0.0

0.0

0.4

0.9

3.9

5.0

5.8

6.2

6.5

5.7

1.0

0.3

เดชอุดม

Rainfall (mm)

1.9

11.9

26.6

68.4

130.3

181.9

245.3

229.3

256.0

238.3

73.2

16.8

 

ETo (mm)

149.6

162.1

170.8

172.8

165.5

140.8

130.1

126.7

118.4

123.5

141.1

147.8

 

ETc (mm)

94.2

87.5

82.0

100.2

162.2

150.7

197.7

192.6

180.0

187.7

117.1

96.1

 

R-day (day)

0.4

1.1

3.4

5.3

10.9

13.9

15.3

17.4

18.3

15.4

7.6

2.4

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

31.2

78.8

100.0

100.0

100.0

56.1

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.3

0.7

0.8

1.2

1.2

1.2

1.4

1.3

0.6

0.2

 

TWD (mm)

-92.3

-75.6

-55.3

-31.8

-31.9

31.2

47.6

36.6

75.9

50.7

-43.9

-79.3

 

 ltd

0.0

0.3

0.0

1.3

2.7

3.5

7.7

4.3

4.6

7.7

0.0

0.0

ศรีเมืองใหม่

Rainfall (mm)

2.6

8.7

26.1

53.6

145.7

220.8

288.0

309.6

361.2

218.4

45.5

17.1

 

ETo (mm)

148.5

161.2

170.2

172.7

165.8

141.3

130.5

127.0

118.5

123.1

140.4

146.9

 

ETc (mm)

93.5

87.0

81.7

100.1

162.4

151.2

198.4

193.1

180.1

187.2

116.6

95.5

 

R-day (day)

0.2

1.1

2.1

4.0

8.3

11.5

14.5

14.5

16.1

11.8

5.3

1.1

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

69.6

100.0

100.0

100.0

100.0

29.0

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.3

0.5

0.9

1.5

1.5

1.6

2.0

1.2

0.4

0.2

 

TWD (mm)

-91.0

-78.3

-55.6

-46.6

-16.7

69.6

89.6

116.5

181.1

31.2

-71.0

-78.4

 

 ltd

0.1

0.0

0.5

1.0

4.1

5.8

7.2

7.2

8.0

5.9

0.0

0.3

ม่วงสามสิบ

Rainfall (mm)

2.6

16.2

40.0

58.3

154.7

235.6

227.8

235.9

309.8

222.1

64.2

17.7

 

ETo (mm)

148.5

161.1

170.2

172.6

165.7

141.2

130.4

126.9

118.4

123.1

140.4

146.9

 

ETc (mm)

93.5

87.0

81.7

100.1

162.4

151.1

198.2

192.9

180.0

187.1

116.6

95.5

 

R-day (day)

0.5

1.3

3.1

4.1

10.6

13.4

13.9

14.6

16.5

12.9

4.6

1.5

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

84.5

100.0

100.0

100.0

100.0

47.6

0.0

 

Ih

0.0

0.2

0.5

0.6

1.0

1.6

1.1

1.2

1.7

1.2

0.6

0.2

 

TWD (mm)

-90.9

-70.8

-41.7

-41.8

-7.7

84.5

29.6

42.9

129.8

35.0

-52.4

-77.8

 

 ltd

0.0

0.3

0.8

1.0

2.6

6.7

7.0

7.3

8.3

6.4

1.2

0.4

ตระการพืชผล

Rainfall (mm)

3.7

10.5

29.1

93.8

195.1

230.2

308.6

274.8

345.1

227.1

65.6

28.5

 

ETo (mm)

148.4

161.1

170.2

172.6

165.7

141.2

130.4

126.9

118.4

123.0

140.4

146.8

 

ETc (mm)

93.5

87.0

81.7

100.1

162.4

151.1

198.3

193.0

180.0

187.0

116.5

95.4

 

R-day (day)

1.1

2.8

5.0

7.0

13.9

19.3

19.6

20.8

20.8

16.9

7.9

3.1

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

32.7

100.0

100.0

100.0

100.0

100.0

49.1

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.4

0.9

1.2

1.5

1.6

1.4

1.9

1.2

0.6

0.3

 

TWD (mm)

-89.7

-76.4

-52.5

-6.3

32.7

79.1

110.4

81.9

165.2

40.1

-50.9

-66.9

 

 ltd

0.0

0.0

0.0

1.8

3.5

4.8

9.8

5.2

10.4

4.2

0.0

0.0

โขงเจียม

Rainfall (mm)

1.4

4.6

21.9

61.0

173.3

215.2

310.0

320.1

416.5

261.5

47.6

18.6

 

ETo (mm)

148.5

161.2

170.2

172.6

165.6

141.1

130.3

126.8

118.3

123.1

140.4

147.0

 

ETc (mm)

93.6

87.0

81.7

100.1

162.3

151.0

198.1

192.8

179.9

187.0

116.6

95.5

 

R-day (day)

0.3

1.1

2.5

4.1

11.6

13.9

17.8

17.8

19.4

15.6

5.3

1.7

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

11.0

75.3

100.0

100.0

100.0

100.0

31.1

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.3

0.6

1.1

1.4

1.6

1.7

2.3

1.4

0.4

0.2

 

TWD (mm)

-92.1

-82.4

-59.8

-39.1

11.0

64.3

111.9

127.3

236.6

74.5

-68.9

-76.9

 

 ltd

0.0

0.0

0.0

1.0

2.9

7.0

8.9

8.9

9.7

7.8

0.0

0.4

เขื่องใน

Rainfall (mm)

2.7

11.7

32.8

46.0

152.0

216.8

233.0

191.8

279.5

214.6

63.6

20.7

 

ETo (mm)

148.6

161.2

170.3

172.6

165.7

141.1

130.4

126.9

118.4

123.1

140.5

147.0

 

ETc (mm)

93.6

87.1

81.7

100.1

162.3

151.0

198.1

192.9

179.9

187.1

116.6

95.5

 

R-day (day)

0.4

1.1

2.9

3.2

7.8

11.3

11.4

10.9

15.3

12.3

3.2

1.5

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

65.8

100.0

98.9

100.0

100.0

47.0

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.4

0.5

0.9

1.4

1.2

1.0

1.6

1.1

0.5

0.2

 

TWD (mm)

-90.9

-75.4

-48.9

-54.2

-10.3

65.8

34.8

-1.1

99.6

27.5

-53.0

-74.8

 

 ltd

0.0

0.3

0.7

0.8

3.9

5.6

5.7

5.4

7.6

6.1

1.6

0.4

พิบูลมังสาหาร

Rainfall (mm)

0.7

5.4

30.6

68.8

154.8

226.6

280.3

249.9

325.6

230.3

55.5

24.6

 

ETo (mm)

148.6

161.3

170.3

172.6

165.6

141.1

130.3

126.8

118.4

123.1

140.5

147.1

 

ETc (mm)

93.6

87.1

81.7

100.1

162.3

151.0

198.1

192.8

179.9

187.1

116.6

95.6

 

R-day (day)

0.1

0.6

1.9

4.1

8.3

11.3

12.6

12.2

14.6

10.3

4.1

1.1

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

75.6

100.0

100.0

100.0

100.0

38.8

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.4

0.7

1.0

1.5

1.4

1.3

1.8

1.2

0.5

0.3

 

TWD (mm)

-93.0

-81.7

-51.1

-31.3

-7.5

75.6

82.2

57.1

145.7

43.2

-61.2

-71.0

 

 ltd

0.0

0.0

0.9

2.1

4.2

5.7

6.3

6.1

7.3

5.2

1.0

0.6

น้ำยืน

Rainfall (mm)

1.8

13.7

30.6

115.9

130.4

126.6

177.7

206.4

285.5

271.1

116.4

27.2

 

ETo (mm)

150.0

162.4

171.0

172.9

165.6

140.8

130.0

126.8

118.6

123.7

141.4

148.1

 

ETc (mm)

94.5

87.7

82.1

100.3

162.2

150.7

197.7

192.7

180.2

188.0

117.4

96.3

 

R-day (day)

0.2

0.9

2.2

5.5

9.3

9.8

11.0

13.1

16.5

15.3

7.1

2.7

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

15.6

0.0

0.0

0.0

13.8

100.0

100.0

99.1

30.0

 

Ih

0.0

0.2

0.4

1.2

0.8

0.8

0.9

1.1

1.6

1.4

1.0

0.3

 

TWD (mm)

-92.7

-74.0

-51.4

15.6

-31.8

-24.1

-19.9

13.8

105.3

83.1

-0.9

-69.1

 

 ltd

0.0

0.5

0.6

2.8

2.3

2.5

5.5

6.6

8.3

7.6

3.6

0.0

บุณฑริก

Rainfall (mm)

0.6

12.7

35.0

84.2

140.3

224.3

301.0

354.5

329.7

304.2

84.9

27.0

 

ETo (mm)

149.7

162.2

170.9

172.9

165.5

140.8

130.1

126.7

118.5

123.5

141.3

147.9

 

ETc (mm)

94.3

87.6

82.0

100.3

162.2

150.7

197.7

192.6

180.1

187.8

117.2

96.2

 

R-day (day)

0.3

1.2

3.0

4.9

9.4

13.9

16.7

16.3

17.8

15.8

7.1

2.6

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

73.6

100.0

100.0

100.0

100.0

67.7

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.4

0.8

0.9

1.5

1.5

1.8

1.8

1.6

0.7

0.3

 

TWD (mm)

-93.7

-74.9

-47.0

-16.1

-21.9

73.6

103.3

161.9

149.6

116.4

-32.3

-69.2

 

 ltd

0.0

0.3

0.8

2.5

2.3

6.9

8.4

8.1

8.9

7.9

1.8

0.7

เขมราฐ

Rainfall (mm)

2.0

10.8

27.1

98.6

165.4

244.4

252.7

294.5

390.4

208.2

24.1

7.5

 

 ETo (mm)

147.4

160.3

169.7

172.4

165.8

141.5

130.7

127.1

118.3

122.7

139.7

146.0

 

ETc (mm)

92.9

86.5

81.4

100.0

162.5

151.4

198.7

193.2

179.9

186.5

116.0

94.9

 

R-day (day)

0.3

2.2

3.8

6.7

12.3

15.7

15.7

17.8

20.1

13.7

5.0

1.5

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

2.9

95.9

100.0

100.0

100.0

100.0

8.1

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.3

1.0

1.0

1.6

1.3

1.5

2.2

1.1

0.2

0.1

 

TWD (mm)

-90.9

-75.7

-54.3

-1.4

2.9

93.0

54.0

101.3

210.5

21.7

-91.9

-87.4

 

 ltd

0.0

0.0

0.0

1.7

3.1

7.8

7.9

8.9

10.0

6.9

0.0

0.0

สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี

Rainfall (mm)

0.7

9.5

25.3

57.4

137.7

237.5

222.4

189.7

243.8

213.8

66.2

15.7

 

ETo (mm)

148.6

161.3

170.3

172.7

165.7

141.1

130.4

126.9

118.4

123.1

140.5

147.0

 

ETc (mm)

93.6

87.1

81.7

100.1

162.4

151.0

198.1

192.9

180.0

187.2

116.6

95.6

 

R-day (day)

0.2

1.1

3.2

3.9

8.6

13.3

13.1

13.6

15.4

12.6

5.8

1.1

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

86.5

100.0

96.8

100.0

100.0

49.5

0.0

 

Ih

0.0

0.1

0.3

0.6

0.8

1.6

1.1

1.0

1.4

1.1

0.6

0.2

 

TWD (mm)

-92.9

-77.5

-56.4

-42.8

-24.7

86.5

24.3

-3.2

63.9

26.7

-50.5

-79.9

 

 ltd

0.0

0.0

0.0

1.9

4.3

6.6

6.6

3.4

7.7

6.3

1.4

0.3

สถานีทดลองหม่อนไหมอุบลราชธานี 

Rainfall (mm)

1.0

24.8

11.5

52.6

182.1

258.5

257.4

222.7

275.6

263.1

73.1

15.1

 

ETo (mm)

148.6

161.3

170.3

172.6

165.6

141.1

130.3

126.8

118.4

123.1

140.5

147.1

 

ETc (mm)

93.6

87.1

81.7

100.1

162.3

151.0

198.1

192.8

179.9

187.1

116.6

95.6

 

R-day (day)

0.4

1.6

2.2

3.9

9.4

15.1

15.2

15.6

17.6

14.1

5.6

1.4

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

19.8

100.0

100.0

100.0

100.0

100.0

56.5

0.0

 

Ih

0.0

0.3

0.1

0.5

1.1

1.7

1.3

1.2

1.5

1.4

0.6

0.2

 

TWD (mm)

-92.7

-62.3

-70.3

-47.6

19.8

107.5

59.4

29.9

95.7

76.0

-43.5

-80.5

 

 ltd

0.0

0.4

0.0

1.0

4.7

7.5

7.6

3.9

8.8

7.1

1.4

0.4

นิคมสร้างตนเองลำโดมใหญ่ เดชอุดม

Rainfall (mm)

0.4

13.8

38.7

48.9

139.6

179.6

251.6

227.3

258.8

269.5

67.4

23.9

 

ETo (mm)

149.6

162.1

170.8

172.8

165.5

140.9

130.1

126.7

118.5

123.5

141.2

147.8

 

ETc (mm)

94.2

87.5

82.0

100.2

162.2

150.7

197.7

192.6

180.1

187.7

117.2

96.1

 

R-day (day)

0.1

1.0

2.9

3.0

9.4

10.3

12.1

13.5

14.9

13.2

5.3

1.7

 

 Acc. of soil water (mm)

0.0

0.0

0.0

0.0

0.0

28.9

82.7

100.0

100.0

100.0

50.3

0.0

 

Ih

0.0

0.2

0.5

0.5

0.9

1.2

1.3

1.2

1.4

1.4

0.6

0.2

 

TWD (mm)

-93.8

-73.7

-43.2

-51.4

-22.6

28.9

53.8