6.3 การศึกษาลักษณะทางกายภาพและเคมีดินในพื้นที่ปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานี

สุวัฒน์ ธีระพงษ์ธนากร และสุรจิต ภูภักดิ์ และดร.จิรวัฒน์ เวชแพศย์

……………………………….

                ความอุดมสมบูรณ์ของดินมีความสำคัญต่อการเพาะปลูกพืชทุกชนิด องค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในการจำแนกความอุดมสมบูรณ์ของดินคือสมบัติทางกายภาพและเคมีดิน สำหรับสมบัติทางกายภาพได้แก่ลักษณะโครงสร้างและเนื้อดิน (soil texture) ความลึกของดิน ความลาดชันของพื้นที่ การระบายน้ำของดิน ระยะเวลาที่น้ำท่วมขังหน้าดิน ส่วนสมบัติทางเคมี ได้แก่ ปริมาณอินทรียวัตถุ ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกของเนื้อดิน ความเป็นกรดด่างดิน ค่าการนำไฟฟ้า ปริมาณธาตุไนโตรเจนทั้งหมด (total nitrogen) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P) ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (exchangeable K) จากการประเมินสมบัติของดิน กรมวิชาการเกษตร (2531) ได้นำมาจัดลำดับชั้นความเหมาะสมของชุดดินต่อการปลูกยางพาราได้ 4 กลุ่มคือ ดินปลูกยางชั้นที่1 เป็นชุดดินที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา (S1)  โดยไม่มีปัญหาหรือขีดจำกัดในการปลูกยางพารา ซึ่งชุดดินนี้ได้แก่ ชุดดินปากช่อง และชุดดินโชคชัย ดินปลูกยางชั้นที่2  เป็นชุดดินที่เหมาะสมปานกลางต่อการปลูกยางพารา (S2)  ซึ่งชุดดินที่ใช้ปลูกยางในชั้นนี้ มีคุณสมบัติบางประการและมีขีดจำกัดในการปลูกยางพาราระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่เกิน 2 ลักษณะ ชุดดินนี้ได้แก่ชุดดินเลย บ้านจ้อง ดงลาน ด่านซ้าย ห้างฉัตร เขาใหญ่ และชุดดินวังไห่ ดินปลูกยางชั้นที่3 เป็นชุดดินที่ค่อนข้างเหมาะสมต่อการปลูกยางพารา (S3)  ชุดดินที่ใช้ปลูกยางในชั้นนี้ มีคุณสมบัติบางประการและมีขีดจำกัดในการปลูกยางพาราไม่เกิน 2 ลักษณะ ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของยางพารามากนัก ชุดดินนี้ได้แก่ ชุดดินบุรีรัมย์ โคราช สตึก วาริน ยโสธร โพนพิสัย เชียงคาน คำบง ลาดหญ้า ตาคลี ท่าลี่ ท่าม่วง วังสะพุง น้ำพอง ลี้ และชุดดินโพนงาม ดินปลูกยางชั้นที่4 เป็นชุดดินที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา (S4)  ดินที่จัดอยู่ในชั้นนี้เป็นดินที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน พื้นที่ดังกล่าวใช้ในการทำนา ซึ่งชุดดินนี้ได้แก่ชุดดินร้อยเอ็ด บรบือ อ้น เพ็ญ สีทน อุบล บุณฑริก เขมราฐ ชัยบาดาล และชุดดินมวกเหล็ก ที่มีหน้าดินตื้น

                สำหรับศักยภาพและความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารดินต่อยางพารา Pushparajah (1977) ศึกษาดินที่ระดับความลึก 0-30 ซม. โดยวิเคราะห์ปริมาณคาร์บอน (organic carbon) ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (total nitrogen) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P) และปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (exchangeable K) จำแนกปริมาณที่พบเป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีปริมาณธาตุอาหารในดินระดับต่ำและปานกลางแสดงถึงปริมาณที่มีไม่เพียงพอในดินจำเป็นต้องให้กับพืช ส่วนกลุ่มที่มีปริมาณธาตุอาหารในดินระดับ สูงและสูงมากแสดงว่ามีปริมาณธาตุอาหารเพียงพอในดิน ทั้งนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลกับธาตุอาหารชนิดอื่น โดยเฉพาะปริมาณธาตุอาหารในดินระดับสูงมาก

ในการจำแนกความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารดินต่อยางพาราตามวิธีการ Pushparajah (1977) มีดังนี้ปริมาณคาร์บอนในดินที่มีในระดับต่ำและปานกลางมีค่าต่ำกว่าร้อยละ0.50 และ0.51-1.50 ส่วนปริมาณคาร์บอนในดินที่มีระดับสูงและสูงมากมีค่าระหว่างร้อยละ1.51-2.50 และมากกว่าร้อยละ2.60 ตามลำดับเมื่อคำนวณจากปริมาณคาร์บอนเป็นปริมาณอินทรียวัตถุพบว่าปริมาณอินทรียวัตถุในดินที่มีในระดับต่ำและปานกลางมีค่าต่ำกว่าร้อยละ0.862 และ0.879-2.586 ส่วนปริมาณอินทรียวัตถุในดินที่มีในระดับสูงและสูงมากมีค่าระหว่างร้อยละ 2.603-4.310 และมากกว่าร้อยละ 4.483 ตามลำดับ สำหรับปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดที่มีในดินในระดับต่ำและปานกลางมีค่าต่ำกว่าร้อยละ0.10 และ 0.11-0.20 ส่วนปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดที่มีในดินในระดับสูงและสูงมากมีค่าระหว่างร้อยละ0.21-0.40 และ มากกว่า 0.41 ตามลำดับ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ที่มีในดินในระดับต่ำและปานกลางมีค่าต่ำกว่า11 และ 11-20 ppm ส่วนปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ที่มีในดินในระดับสูงและสูงมากมีค่าระหว่าง 21-30 และมากกว่า 30 ppm ตามลำดับ ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ที่มีในดินในระดับต่ำและปานกลางมีค่าต่ำกว่า0.5 และ0.51-2.0 c mol kg-1 ส่วนปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ที่มีในดินในระดับสูงและสูงมากมีค่า2.1-4.0 และมากกว่า4.1 c mol kg-1 ตามลำดับ ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบลักษณะทางกายภาพและเคมีดินในพื้นที่ปลูกยางพาราของเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานีในระยะเปิดกรีดยาง ตลอดจนการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินและความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารในดิน

พื้นที่เก็บข้อมูล    เก็บตัวอย่างดินในพื้นที่ปลูกยางพารา  17 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง บุณฑริก เดชอุดม โขงเจียม เขื่องใน กุดข้าวปุ้น ม่วงสามสิบ นาจะหลวย น้ำยืน นาเยีย พิบูลมังสาหาร โพธิ์ไทร สิรินธร ศรีเมืองใหม่ ตระการพืชผล กิ่งอำเภอน้ำขุ่นและกิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์

วิธีการ

1.       จำแนกชุดดินตามข้อมูลชุดดินของกรมพัฒนาที่ดิน

2.       เก็บตัวอย่างดินในพื้นที่ปลูกยางพาราที่ระดับความลึก 0-30 และ 30-60 ซม.

3.       วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพและเคมีดิน ได้แก่อินทรียวัตถุ (organic matter) ใช้วิธี Walkly and Black (1965) ความเป็นกรดด่าง (soil pH) ใช้อัตราส่วนดินต่อน้ำ 1:5 วัดค่าด้วย pH meter การนำไฟฟ้า (electrical conductivity) ใช้อัตราส่วนดินต่อน้ำ 1:5 วัดค่าด้วย EC meter ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (Total N) ใช้วิธี Kjeldahl ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P) ใช้วิธี Bray II วิเคราะห์ด้วย spectrophotometer ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (exchangeable K) สกัดด้วย 1M NH4OAc pH7 วิเคราะห์ด้วย Flame Photometer ส่วนลักษณะโครงสร้างเนื้อดิน (Soil texture) ใช้วิธี Hydrometer

4.       อธิบายผลการศึกษาและวิเคราะห์

ผลการศึกษา

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานี

                จังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่รวม 9,752,814 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าศักยภาพดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกยางพารา (1) มี 1,869,637 ไร่หรือร้อยละ 19.2 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 1,174,717 ไร่หรือร้อยละ 12.0 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดินและเนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) มี 43,872 ไร่หรือร้อยละ 0.4

(รูปที่1 และตารางที่1)

 

การจำแนกชุดดินปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานี

การจำแนกชุดดิน (soil series) เป็นการจำแนกดินระดับต่ำสุดในระบบอนุกรมวิธานดิน การจำแนกชุดดินอาศัยลักษณะต่างๆ ได้แก่ความหนาของชั้นดิน การจัดเรียงของชั้นดิน โครงสร้างดิน สีดิน เนื้อดิน ปฏิกิริยาดิน การยึดตัว ปริมาณคาร์บอเนตและเกลือชนิดต่างๆ ฮิวมัส เศษหิน องค์ประกอบของแร่ในดิน วัตถุต้นกำเนิดดิน สำหรับการให้ชื่อชุดดินใช้ชื่อสถานที่พบครั้งแรก เช่น ชื่อตำบล อำเภอ จังหวัด หรือชื่อของบริเวณที่มีลักษณะดินเด่นเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

แผนดำเนินการปี 2550

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานีจำแนกตามพื้นที่อำเภอ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอเมืองอุบลราชธานี

                อำเภอเมืองอุบลราชธานี มีพื้นที่รวม 354,267ไร่จำแนกเป็นพื้นที่ดินที่เหมาะสมในการปลูกยางพารา (1) 83,968 ไร่หรือร้อยละ23.7 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 11,438 ไร่หรือร้อยละ3.2 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 9 ชุด เป็นชุดดินโคราช 155,258 ไร่หรือร้อยละ 48.0 ชุดดินร้อยเอ็ดและอุบลมี 85,964 และ 53,838 ไร่หรือร้อยละ 26.6 และ 16.7 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ48.3 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ47.8 (รูปที่2 และตารางที่2)

                ในการศึกษานี้ได้สำรวจพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 2 รายในตำบลกุดลาดและกระโสบ อำเภอเมืองอุบลราชธานีซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราช โคราชและโพนพิสัย จัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่1.1)

ชุดดินโคราช มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และ clay 87.28, 6.19 และ6.53 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ (organic matter) 0.659 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มีปฏิกิริยาดิน (pH) 5.03 จัดเป็นกรดแก่จัด ค่าการนำไฟฟ้า (electrical conductivity) 30 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (Total N) 0.032 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P) 13.158 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (exchangeable K) 30.538 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วนทรายเช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 30-60 เปอร์เซ็นต์

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอบุณฑริก

อำเภอบุณฑริก มีพื้นที่รวม 932,409 ไร่ จำแนกเป็นพื้นที่ดินที่เหมาะสมในการปลูกยางพารา  (1) 191,594 ไร่หรือร้อยละ20.6 สำหรับดินที่มีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มีจำนวน 27,606 ไร่หรือร้อยละ3.0 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) 29,940 ไร่หรือร้อยละ3.2 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 10 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 662,434 ไร่หรือร้อยละ 80 ชุดดินเพ็ญและโพนพิสัยมี 79,204 และ 39,163 ไร่หรือร้อยละ 9.7 และ 4.8 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ7.4 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ92.5 (รูปที่3 และตารางที่3)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 8 รายในตำบลแขม คอนแลน ห้วยข่า หนองสะโนและโนนค้อ อำเภอบุณฑริก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราช ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย จัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 ส่วนชุดดินบุณฑริกจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่4 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่2.1)

ชุดดินโคราช มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand 78.68-82.4 , silt 8.98-12.99 และ clay 8.33-9.22 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.630 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.62-4.8 จัด เป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 14.00-24.25 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.025-0.045 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 1.210-4.741 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 32.334-58.978 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินทรายร่วน (Sandy loam) ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 2-3 เท่า

ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทราย (Sand) มี sand 90.89 , silt 1.99 และ clay 7.11 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 1.370 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ pH ดิน5.14 จัดเป็นกรดแก่  ค่าการนำไฟฟ้า 20.25 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.068 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 13.680 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 24.957 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินทรายเช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีค่าต่ำกว่าดินบนมาก โดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้

ชุดดินบุณฑริก มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และ clay 86.26, 6.00 และ7.74 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.551 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.67 จัดเป็นกรดแก่จัด ค่าการนำไฟฟ้า 18.75 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.027 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 2.521 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 53.581 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วนทรายเช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินดังกล่าวมีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 2 เท่า

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอเดชอุดม

                อำเภอเดชอุดม มีพื้นที่รวม 795,655 ไร่ จำแนกเป็นพื้นที่ดินที่เหมาะสมในการปลูกยางพารา  (1) 99,203 ไร่หรือร้อยละ12.5 สำหรับดินที่มีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 91,264 ไร่หรือร้อยละ11.5 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 12 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 238,443 ไร่หรือร้อยละ 32.1 ชุดดินเพ็ญและโพนพิสัยมี 170,310 และ 112,620 ไร่หรือร้อยละ 12.9 และ 15.1 ตามลำดับ ชุดดินโคราช และชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ด และเพ็ญ 68,529 และ 46,730 ไร่หรือร้อยละ 9.2 และ6.3 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ 28.6 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ63.9 (รูปที่4 และตารางที่4)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 13 รายในตำบลโนนสมบูรณ์ บัวงาม ตบหู โนนสวรรค์ กุดประทาย กลาง และโพนงาม อำเภอเดชอุดม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราชจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่3.1)

ชุดดินโคราช มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) ทรายร่วน (Sandy loam) และดินร่วน (Loam) ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.435-1.660 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากถึงปานกลาง มี pH ดิน 4.36-5.21 จัดเป็นกรดจัดมากถึงกรดแก่  ค่าการนำไฟฟ้า 11.75-40.75 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.021-0.082 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 3.289-12.435 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 18.621-42.761 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วนทราย ดินร่วนและดินทราย ส่วนสมบัติทางเคมีดินดังกล่าวมีค่าต่ำกว่าดินบนโดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอโขงเจียม

อำเภอโขงเจียมมีพื้นที่รวม 451,863 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่ามีดินที่มีความเหมาะสม (1) เพียง 98,135 ไร่หรือร้อยละ 21.7 ส่วนพื้นที่ 35,514 ไร่หรือร้อยละ 7.9 เป็นดินที่มีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d) ส่วนใหญ่พบชุดดิน 7 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 322,928 ไร่หรือร้อยละ 95.7 ชุดดินเพ็ญ หน่วยดินผสมของชุดดินบรบือและโคราชมี 5,813 2,165และ 247 ไร่หรือร้อยละ 1.7 0.6และ 0.1 ตามลำดับ และยังพบดินในสภาพพื้นที่ลาดชัน 3,421 ไร่หรือร้อยละ1 ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ1 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ98.3 (รูปที่5 และตารางที่5)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 3 รายในตำบลห้วยยางและนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียมซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราช หน่วยดินผสมของชุดดินบรบือและดินสภาพพื้นที่ลาดชัน จัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่4.1)

ชุดดินโคราชมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand 85.67 , silt 6.95 และ clay 7.39 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.920 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.81 จัด เป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 5.00 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.045 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 20.613 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 22.792 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วน (Loam) ส่วนสมบัติทางเคมีดินโดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด และฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ มีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 2.2-2.5 เท่า

หน่วยดินผสมของชุดดินบรบือ มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และ clay 84.98, 6.99 และ8.03 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.801 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ pH ดิน 4.96 จัดเป็นกรดแก่ ค่าการนำไฟฟ้า 23 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.039 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 14.224 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 48.565 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) เช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดิน โดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าต่ำกว่าดินบนมากประมาณ 4, 2.6, 1.8 และ 1.3 เท่าตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอเขื่องใน

อำเภอเขื่องในมีพื้นที่รวม 542,955 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่ามีดินที่มีความเหมาะสม (1) เพียง 133,319ไร่หรือร้อยละ 24.6 ส่วนพื้นที่ 6,770 ไร่หรือร้อยละ 1.3 เป็นดินที่มีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d) ส่วนใหญ่พบชุดดิน 10 ชุด เป็นชุดดินโคราช 238,525 ไร่หรือร้อยละ 42.7 ชุดดินร้อยเอ็ดและอุบลมี 119,924 และ 105,611ไร่หรือร้อยละ 21.5 และ 18.9 ตามลำดับ ดินตะกอนสภาพพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน 25,203 ไร่หรือร้อยละ4.5 ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ45.1 พื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ50.5 (รูปที่6 และตารางที่6)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 4 รายในตำบลแขม สร้างถ่อและสหธาตุ อำเภอเขื่องในซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราชจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้(ตารางที่5.1)

ชุดดินโคราชมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand 85.01-86.58 , silt 5.99-6.98 และ clay 7.43-8.01 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.528-0.664 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.45-4.98 จัด เป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 19.75-35.00 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.026-0.033 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 4.683-26.539 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 20.606-33.49 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) ส่วนสมบัติทางเคมีดินโดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 3.5, 3.7, 7.3 และ 1.5 เท่า ตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอกุดข้าวปุ้น

                อำเภอกุดข้าวปุ้นมีพื้นที่รวม 218,866 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) เพียง 15,694 ไร่หรือร้อยละ 7.2 ส่วนดินที่มีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 79,453 ไร่หรือร้อยละ 36.3 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 12 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 75,158 ไร่หรือร้อยละ 39.9 ชุดดินโคราชและดินชุดสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัยมี 27,394 และ 27,149 ไร่หรือร้อยละ 14.5 และ14.4 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ40.6 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ57.9 (รูปที่7 ตารางที่7 และตารางที่6.1)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ

อำเภอม่วงสามสิบมีพื้นที่รวม 458,592 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) เพียง 43,840 ไร่หรือร้อยละ 9.6 ส่วนดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 9,240 ไร่หรือร้อยละ 2.0 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 13 ชุด เป็นชุดดินโคราชและมี 138,693 ไร่หรือร้อยละ 33.7 ส่วนชุดดินน้ำพองและชุดดินร้อยเอ็ดมีจำนวนพื้นที่ใกล้เคียงกันคือ 92,502 และ 82,367 หรือร้อยละ 22.5 และ 20 ตามลำดับ สำหรับชุดดินอุบลและหน่วยดินสัมพันธ์ของชุดดินร้อยเอ็ดและอ้นมีพื้นที่ 58,213 และ 14,533 ไร่หรือร้อยละ 14.1 และ 3.5 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ57.4 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ40.9  (รูปที่8 ตารางที่8 และตารางที่7.1)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอนาจะหลวย

อำเภอนาจะหลวยมีพื้นที่รวม 410,392 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 123,687 ไร่หรือร้อยละ 30.14 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 12,324 ไร่หรือร้อยละ 3.0 ส่วนดินมีความเหมาะสม แต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) มี 1,265 ไร่หรือร้อยละ 0.31 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 6 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 321,713 ไร่หรือร้อยละ 94.5 ส่วนชุดดินสัมพันธ์โคราช และโพนพิสัย และชุดดินโคราชมี 11,738 และ 2,590 ไร่หรือร้อยละ 3.4 และ 0.8 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ5.1 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ94.6 (รูปที่9และตารางที่9)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 1 ราย บ้านผั่งเพ ตำบลพรสวรรค์ อำเภอนาจะหลวย ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราชจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 สำหรับลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่8.1)

ชุดดินโคราชมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทราย (Sand) มี sand, silt และclay 89.61, 4.18 และ6.21 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.498เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 5.40 จัด เป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 11.00 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.025 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 15.546 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 51.381 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินทราย (Sand) เช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินโดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 2.2, 2.2, 6.26 และ 1.6 เท่า ตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอน้ำขุ่น

กิ่งอำเภอน้ำขุ่นมีพื้นที่รวม 200,701 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 48,696 ไร่หรือร้อยละ 28.3 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 17,399 ไร่หรือร้อยละ 8.7 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 10 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 63,191 ไร่หรือร้อยละ 51.8 ส่วนชุดดินน้ำพองและกาฬสินธุ์มี 22,826 และ 17,333 ไร่หรือร้อยละ 18.7 และ14.2 ตามลำดับ สำหรับชุดดินโคราชและชุดดินสัมพันธ์โคราช และโพนพิสัยมี 11,966 และ 3,814 ไร่หรือร้อยละ 9.8 และ 3.1 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่1 ร้อยละ0.1 พื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ32.1 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ53.6 (รูปที่10 และตารางที่10)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 2 รายในตำบลโคกสะอาดและตำบลแก้ง กิ่งอำเภอน้ำขุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราชจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 (ตารางที่9.1)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอน้ำยืน

อำเภอน้ำยืนมีพื้นที่รวม 652,475 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 182,570 ไร่หรือร้อยละ 28 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 3,781 ไร่หรือร้อยละ 0.6 ส่วนดินมีความเหมาะสม แต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)  มี 1,328 ไร่หรือร้อยละ 0.2 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 11 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด 455,382 ไร่หรือร้อยละ 74.9 ส่วนชุดดินโพนพิสัย ชุดดินเพ็ญ และชุดดินโคราชมี 53,901 32074 และ28,266 ไร่หรือร้อยละ 8.9 5.3 และ4.6 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบชุดดินสัมพันธ์โคราช และโพนพิสัย และชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ด และเพ็ญ 7,920 และ 7,860 ไร่ หรือร้อยละ 1.3  ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่1 ร้อยละ0.7 พื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ14.9 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ82 (รูปที่11 และตารางที่11)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 6 รายในตำบลโซง อำเภอน้ำยืนซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโชคชัยจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่1 ชุดดินโพนพิสัยจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3และชุดดินบุณฑริกจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่4 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่10.1)

ชุดดินโชคชัยมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วน (Loam) มี sand, silt และclay31.36, 48.93 และ19.71 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 2.659เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มี pH ดิน 4.71 จัด เป็นกรดแก่จัด ค่าการนำไฟฟ้า 17.25 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.131 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 49.246 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 176.613 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดิน Silt loam ส่วนสมบัติทางเคมีดินโดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าต่ำกว่าดินบนประมาณ 1.19, 1.2, 20.9 และ 4.3 เท่า ตามลำดับ

ชุดดินโพนพิสัยมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทรายร่วน (Sandy loam) มี sand, silt และclay 72.95, 16.95 และ10.11 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับและดินร่วน (Loam) มี sand, silt และclay 47.79, 36.77 และ15.44 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 1.456-2.803 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงปานกลาง มี pH ดิน 5.09-5.14 จัดเป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 32.5-41.5 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.072-0.138 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 7.221-11.624 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 76.337-81.615 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินร่วน(Loam) และ Silt loam ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.620-1.967 เปอร์เซ็นต์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.031-0.097 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ  2.584-5.332 และ 30.102-36.358 ppm ตามลำดับ

ชุดดินบุณฑริกมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand 78.81-84.99, silt 6.99-11.97 และclay 8.03-9.22 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.538-0.626 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.64-5.06 จัดเป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 11.75 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.027-0.030 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 1.259-2.099 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 17.686-22.315 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) และทรายร่วน (Sandy loam) ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.214-0.375 เปอร์เซ็นต์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.011-0.018 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 0.030-1.584 และ 10.229-16.292 ppm ตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอนาเยีย

อำเภอนาเยียมีพื้นที่รวม 652,475 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 27,852ไร่หรือร้อยละ 17.8 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 20,227 ไร่หรือร้อยละ 12.9 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 10 ชุด เป็นชุดดินโพนพิสัยและชุดดินเพ็ญ 20,207 และ 35,050 ไร่หรือร้อยละ 31.4 และ23.7 ตามลำดับ ส่วนชุดดินโคราช ชุดดินร้อยเอ็ดและชุดดินอุบล มีเพียง 20,207 18,307 และ 12,501 ไร่ หรือร้อยละ 13.7 12.4 และ8.5 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ50.4 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ25.9 (รูปที่12 และตารางที่12)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 2 รายในกิ่งอำเภอนาเยียซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโพนพิสัย ชุดดินร้อยเอ็ดจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่4 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่11.1)

ชุดดินร้อยเอ็ดมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทรายร่วน (Sandy loam) มี sand, silt และclay 76.89, 12.98 และ10.13 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับและดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และclay 82.12, 10.17 และ7.71 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.804-2.337 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงปานกลาง มี pH ดิน 4.82-5.54 จัดเป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 13.5-94.0 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.040-0.115 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 1.424-58.062 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 65.797-332.455 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินทรายร่วน(Sandy loam) ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.517-0.804 เปอร์เซ็นต์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.025-0.040 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 0.344-8.997 และ 71.129-182.758 ppm ตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอพิบูลมังสาหาร

อำเภอพิบูลมังสาหารมีพื้นที่รวม 600,226 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) มีเพียง 48,151 ไร่หรือร้อยละ 8.0 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 259,289 ไร่หรือร้อยละ 43.2 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 10 ชุด เป็นชุดดินโพนพิสัย 196,759 ไร่ หรือร้อยละ 36.1 ส่วนชุดดินร้อยเอ็ดและชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ดและเพ็ญ มี 80,790 และ 67,516 ไร่หรือร้อยละ14.8 และ12.4 ตามลำดับ สำหรับชุดดินเพ็ญ ชุดดินโคราชและชุดดินน้ำพองมีจำนวนพื้นที่ใกล้เคียงกันคือ 46,020 43,266 และ 40,600 ไร่หรือร้อยละ8.4 7.9 และ7.4 ตามลำดับ ส่วนชุดดินอ้นและชุดดินสัมพันธ์โคราช และโพนพิสัย มี 33,153 และ 18,674 ไร่ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามี พื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ55.6 พื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ44.4 (รูปที่13 และตารางที่13)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 5 รายในตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินน้ำพอง ชุดดินโคราช ชุดดินโพนพิสัย สำหรับลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่12.1)

ชุดดินน้ำพองมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และclay85.61, 6.98และ7.41 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินพบว่ามีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.446 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.86 จัดเป็นกรดแก่จัด  ค่าการนำไฟฟ้า 11 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.022 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 6.404 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 21.176 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) เช่นเดียวกันส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.204 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.010 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 10.315และ 13.400 ppm ตามลำดับ

ชุดดินโคราชมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และclay 87.60, 4.99 และ 7.42 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.527 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.78 จัดเป็นกรดแก่จัด ค่าการนำไฟฟ้า 19.50 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.026 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 37.073 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 49.971 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) เช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.220 เปอร์เซ็นต์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.011 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 14.245 และ 22.109 ppm ตามลำดับ

ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand 87.91, silt 4.98 และ clay 7.11 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.453 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ pH ดิน5.13 จัดเป็นกรดแก่  ค่าการนำไฟฟ้า 19.25 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.022 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 7.675 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 33.884 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินทรายเช่นเดียวกัน สมบัติทางเคมีดินมีค่าต่ำกว่าดินบนมากโดยเฉพาะปริมาณอินทรียวัตถุมีเพียง 0.277 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.014 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีเพียง 3.565 และ 17.583 ppm

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร

อำเภอโพธิ์ไทรมีพื้นที่รวม 347,756 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 90,293 ไร่หรือร้อยละ 25.9 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 31,621 ไร่หรือร้อยละ 9.1 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 8 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด  230,917 ไร่หรือร้อยละ 74.3 รองลงมาคือชุดดินโพนพิสัย มี 34,223 ไร่ หรือร้อยละ 11 ส่วนชุดดินโคราชและชุดดินพิมายมีจำนวนพื้นที่ใกล้เคียงกันคือ 15,205 และ 12,698 ไร่หรือร้อยละ 4.9 และ4.1 ตามลำดับ สำหรับชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ดและเพ็ญ และชุดดินเพ็ญ มีเพียง 9,061 และ 1,812 ไร่ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ16 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ82.3 (รูปที่14 และตารางที่14)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 5 รายในตำบลไร่ใต้ อำเภอโพธิ์ไทร ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโพนพิสัย ชุดดินน้ำพอง จัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 (ตารางที่13.1)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งพื้นที่อำเภอสว่างวีระวงศ์

กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์มีพื้นที่รวม 167,107 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 38,792 ไร่หรือร้อยละ 23.2 สำหรับดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 18,835 ไร่หรือร้อยละ 11.3 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 8 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด  117,057 ไร่ หรือร้อยละ 71.6รองลงมาคือชุดดินสีทน ชุดดินอุบลและชุดดินน้ำพอง มีพื้นที่ 14, 014 11,233 และ 9,508 ไร่ หรือร้อยละ 8.6 6.9 และ5.8 ตามลำดับ ส่วนชุดดินวารินและชุดดินโคราช มีเพียง 5,351 และ 2,565 ไร่ หรือร้อยละ 3.3 และ 1.6 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ10.8 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ87.9 (ตารางที่14.1 รูปที่15 และตารางที่15)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งพื้นที่อำเภอสิรินธร

อำเภอสิรินธรมีพื้นที่รวม 477,938 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 161,263 ไร่หรือร้อยละ 33.7 ดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 47,809 ไร่หรือร้อยละ 10 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 13 ชุด เป็นชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ด และเพ็ญ 175,359 ไร่หรือร้อยละ 45.8 ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย และชุดดินร้อยเอ็ด 61,765 และ 43,015 ไร่หรือร้อยละ 16.1 และ11.2 ตามลำดับ ส่วนชุดดินน้ำพอง ชุดดินโคราชและ หน่วยดินสัมพันธ์ของชุดดินร้อยเอ็ดและอ้น มีพื้นที่เพียง 31,691 19,908 และ 17,271 ไร่หรือร้อยละ 8.3 5.2 และ 4.5 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ31.7 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ67.2 (รูปที่16 และตารางที่16)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 1 ราย ในตำบลคำเขื่อนแก้ว และโนนก่อ อำเภอสิรินธร ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในชุดดินโคราชจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่3 หน่วยดินผสมของชุดดินบรบือและชุดดินบุณฑริกจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่4 ลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่15.1)

หน่วยดินผสมของชุดดินบรบือ มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand, silt และclay 81.51, 10.17 และ 8.32 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.931 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.33 จัดเป็นกรดจัดมาก ค่าการนำไฟฟ้า 12.50 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.046 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 3.157 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 27.932 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินทรายร่วน(Sandy Loam) ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.468 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.023 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 1.627 และ 23.296 ppm ตามลำดับ

ชุดดินบุณฑริก มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทราย (Sand) มี sand, silt และclay 88.99, 4.19 และ 6.82 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.716 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.32 จัดเป็นกรดแก่จัด ค่าการนำไฟฟ้า 38.50 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.035 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 4.505 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 25.543 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) เช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.433 เปอร์เซ็นต์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.021 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 2.456 และ 14.737 ppm ตามลำดับ

ชุดดินโคราช มีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทราย (Sand) มี sand, silt และclay 88.99, 4.19 และ 6.82 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.786 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 4.97 จัดเป็นกรดแก่จัด ค่าการนำไฟฟ้า 11.25 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.039 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 7.446 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 31.997 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) เช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.342 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.017 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 2.166 และ 14.886 ppm ตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งพื้นที่อำเภอศรีเมืองใหม่

อำเภอศรีเมืองใหม่มีพื้นที่รวม 598,324 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มีเพียง 83,289 ไร่หรือร้อยละ 13.9 ดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 92,752 ไร่หรือร้อยละ 15.5 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 13 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ดและชุดดินเพ็ญ 239,530 และ 124,168 ไร่หรือร้อยละ 44.2 และ22.9 ไร่ สำหรับชุดดินโคราช ชุดดินโพนพิสัย และชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัยมีพื้นที่ 54,331 41,390 และ 39,197 ไร่ หรือร้อยละ10 7.6และ7.2 ตามลำดับ ส่วนหน่วยดินผสมของชุดดินบรบือและชุดดินน้ำพอง มีพื้นที่เพียง 21,407 และ 11,675 ไร่ หรือร้อยละ 3.9 และ 2.2 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ27 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ72.2 (รูปที่17 และตารางที่17)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร 3 ราย ในตำบลลาดควายและนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในหน่วยดินผสมของชุดดินบรบือจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่4 (ตารางที่16.1)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งพื้นที่อำเภอตระการพืชผล

อำเภอตระการพืชผล มีพื้นที่รวม 643,946 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มีเพียง  100,063 ไร่หรือร้อยละ 15.5 ดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 140,925 ไร่หรือร้อยละ 21.9 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 17 ชุด เป็นชุดดินโคราช 189,281 ไร่หรือร้อยละ 30.7 สำหรับชุดดินร้อยเอ็ด ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย และชุดดินโพนพิสัยมีพื้นที่ 99,140 72,713 และ50,298 ไร่หรือร้อยละ 16.1 11.8 และ8.2 ตามลำดับ ส่วนชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ดและเพ็ญ และชุดดินเพ็ญมีพื้นที่ 29,508 และ 18,481 ไร่หรือร้อยละ 4.8 และ3.0 ตามลำดับ การจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ54.2 พื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ30.4 (รูปที่18 และตารางที่18)

ในการศึกษาพื้นที่ปลูกยางเกษตรกร 4 ราย ในตำบลขามเปี้ย คอแลนและคอนสาย อำเภอตระการพืชผลซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางในหน่วยดินผสมของชุดดินบรบือและชุดดินอุบล ซึ่งจัดเป็นดินปลูกยางชั้นที่4 สำหรับลักษณะทางกายภาพและเคมีของชุดดินมีดังนี้ (ตารางที่17.1)

ชุดดินอุบลมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินทราย (Sand) มี sand, silt และclay 88.91, 2.98 และ 7.10 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.342 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มี pH ดิน 5.02 จัดเป็นกรดแก่ ค่าการนำไฟฟ้า 13 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.017 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 2.138 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 26.522 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีเนื้อดินทราย (Sand) เช่นเดียวกัน ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.118 เปอร์เซ็นต์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.006 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 1.249 และ 11.619 ppm ตามลำดับ

หน่วยดินผสมของชุดดินบรบือมีสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่ามีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) มี sand 87.58-89.86, silt 4.20-4.99 และclay 5.94-7.43 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.648-1.408 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงปานกลาง มี pH ดิน 4.91-6.03 จัดเป็นกรดแก่จัดถึงกรดปานกลาง ค่าการนำไฟฟ้า 13.25-57.5 µS cm-1 ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด  0.032-0.069 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 5.024-11.019 ppm ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 31.663-70.576 ppm สำหรับดินล่างระดับ 30-60 ซม. มีทั้งเนื้อดินร่วนทราย(Loamy sand) ส่วนสมบัติทางเคมีดินมีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.481-0.550 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 0.022-0.029 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่าประมาณ 2.213-2.712 และ 31.633-70.576 ppm ตามลำดับ

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่กิ่งอำเภอนาตาล

กิ่งอำเภอนาตาลมีพื้นที่รวม 136,291 ไร่ มีพื้นที่รวม 136,291 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มีเพียง  16,425 ไร่หรือร้อยละ 12.1 ส่วนดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 60,498 ไร่หรือร้อยละ 44.4 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 7 ชุด เป็นชุดดินโพนพิสัย 40,251 ไร่หรือร้อยละ37.3 สำหรับชุดดินร้อยเอ็ด ชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ดและเพ็ญ มีพื้นที่ 31,110 และ 28,731 ไร่หรือร้อยละ 28.8 และ26.6 ตามลำดับ ส่วนชุดดินเพ็ญ และชุดดินโคราช มีเพียง 3,093 และ1,758 ไร่หรือร้อยละ 2.9 และ1.6 ตามลำดับ การจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ38.9 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ61.2 (รูปที่19 และตารางที่19)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก

กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้กมีพื้นที่รวม 145,418 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 39,900 ไร่หรือร้อยละ 27.41 ส่วนดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มีเพียง 717 ไร่หรือร้อยละ 0.5 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) มี 3,581 ไร่หรือร้อยละ 2.5 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 12 ชุด เป็นชุดดินน้ำพอง 73,444 ไร่หรือร้อยละ 47 ส่วนชุดดินโคราช ชุดดินร้อยเอ็ด และชุดดินอุบล มีพื้นที่ 31,772 23,996 และ 18,374 ไร่หรือร้อยละ 20.4 15.4 และ 11.8 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบชุดดินพิมาย และชุดดินสีทน 2,018 และ 1,731 ไร่หรือร้อยละ 1.3 และ 1.1 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ67.4 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ30.2 (รูปที่20 และตารางที่20)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอเขมราฐ

อำเภอเขมราฐมีพื้นที่รวม 379,962 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 60,944 ไร่หรือร้อยละ 16.0 ส่วนดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 79,431 ไร่หรือร้อยละ 20.9 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g) มี 105,487 ไร่หรือร้อยละ 27.8 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 14 ชุด เป็นชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ดและเพ็ญ 144,678 ไร่หรือร้อยละ 42.1 ชุดดินโพนพิสัยและชุดดินร้อยเอ็ด 98,077 และ 70,152 ไร่หรือร้อยละ 28.6 และ20.4 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีหน่วยดินผสมของชุดดินบรบือและชุดดินโคราช 9,209 และ 5,417 ไร่หรือร้อยละ 2.7 และ 2.1 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ31.7 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ66.6 (รูปที่21 และตารางที่21)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอดอนมดแดง

อำเภอดอนมดแดงมีพื้นที่รวม 116,612 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 28,643 ไร่หรือร้อยละ 24.6 ส่วนดินที่มีความเหมาะสมแต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำท่วมขัง (1d) มี 13,929 ไร่หรือร้อยละ 11.9 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดินและเนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) มี 7,477 ไร่หรือร้อยละ 6.4 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 15 ชุด เป็นชุดดินร้อยเอ็ด และชุดดินโคราช 47,104 และ 18,782 ไร่หรือร้อยละ 50.3 และ 20.1 ตามลำดับ ส่วนชุดดินน้ำพอง ชุดดินอุบล และชุดดินพิมาย มี 6,923 6,668 และ 4,879 ไร่หรือร้อยละ 7.4 7.1 และ 5.2 ตามลำดับ สำหรับชุดดินสีทน ชุดดินสัมพันธ์ร้อยเอ็ด และเพ็ญ ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย มี 3,071 1,301 และ 583 ไร่หรือร้อยละ 3.3 1.4 และ 0.6 ตามลำดับ การจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ28.3 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ96.8 (รูปที่22 และตารางที่22)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอทุ่งศรีอุดม

อำเภอทุ่งศรีอุดมมีพื้นที่รวม 135,990 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 16,207 ไร่หรือร้อยละ 11.9 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 11,286 ไร่หรือร้อยละ 8.3 ส่วนดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดินและเนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) มี 164 ไร่หรือร้อยละ 0.1 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 8 ชุดเป็นชุดดินร้อยเอ็ด ชุดดินโพนพิสัย 91,099 และ 68,087 ไร่หรือร้อยละ 50.2 และ 37.5 ตามลำดับ ส่วนชุดดินโคราช ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย ชุดดินเพ็ญ มี 5,184 1,941 และ 394 ไร่หรือร้อยละ 2.9 1.1 และ 0.2 ตามลำดับ การจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3ร้อยละ47.9 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ50.4 (รูปที่23 และตารางที่23)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอตาลสุม

อำเภอตาลสุมมีพื้นที่รวม 196,694 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 19,717 ไร่หรือร้อยละ 10.0 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 85,857 ไร่หรือร้อยละ 43.7 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 12 ชุด เป็นชุดดินโคราช ชุดดินร้อยเอ็ด 44,681 และ 32,968 ไร่หรือร้อยละ 24.1 และ 17.8 ตามลำดับ สำหรับชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย ชุดดินกาฬสินธุ์ ชุดดินเพ็ญมี 25,967 23,275 23,064 ไร่หรือร้อยละ 14.0 12.5 และ 12.4 ตามลำดับ ส่วนชุดดินอุบล ชุดดินพิมาย และชุดดินโพนพิสัยมี 3,077 3,276 และ 2,707 ไร่หรือร้อยละ 1.7 1.8 และ1.5 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ39.6 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ37.5 (รูปที่24 และตารางที่24)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอวารินชำราบ

อำเภอวารินชำราบมีพื้นที่รวม 386,909 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มี 113,548 ไร่หรือร้อยละ 29.4 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 12,065 ไร่หรือร้อยละ 3.1 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 13 ชุดเป็นชุดดินโคราช ชุดดินอุบล 84,555 และ 82,670 ไร่หรือร้อยละ 25.2 และ 24.6 ตามลำดับ สำหรับชุดดินน้ำพอง ชุดดินร้อยเอ็ด 47,609 และ 42,386 ไร่หรือร้อยละ 14.2  และ12.6 ส่วนชุดดินเพ็ญ ชุดดินพิมาย 17,294 และ 14,040 ไร่หรือร้อยละ 5.2 และ 4.2 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบชุดดินร้อยเอ็ดประเภทที่เป็นดินร่วน ชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย ชุดดินโคราชประเภทพื้นที่สูง 9,227 6,759 และ 5,967 ไร่หรือร้อยละ 2.7 2.0 และ 1.8 ตามลำดับ  ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ44.3 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ50.4 (รูปที่25 และตารางที่25)

ชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราพื้นที่อำเภอสำโรง

อำเภอสำโรงมีพื้นที่รวม 244,915 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่าดินที่มีความเหมาะสม (1) มีเพียง 3,847 ไร่หรือร้อยละ 1.6 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 4,686 ไร่หรือร้อยละ 1.9 ส่วนใหญ่พบชุดดิน 10 ชุดเป็นชุดดินโคราช 101,327 ไร่หรือร้อยละ 47.3 สำหรับชุดดินร้อยเอ็ด ชุดดินน้ำพอง 44,290 และ 36,794 ไร่หรือร้อยละ 20.7 และ17.2 ตามลำดับ ส่วนชุดดินอุบล ชุดดินโพนพิสัย 14,605 และ 10,041 ไร่หรือร้อยละ 6.8 และ 4.7 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบชุดดินเพ็ญ หน่วยดินสัมพันธ์ของชุดดินร้อยเอ็ดและอ้น ชุดดินร้อยเอ็ดประเภทที่เป็นดินร่วน 2,935 2,354 และ 1,213 ไร่หรือร้อยละ 1.4 1.1 และ 0.6 ตามลำดับ ในการจำแนกชั้นความเหมาะสมของชุดดินในการปลูกยางพาราพบว่ามี พื้นที่ปลูกยางชั้นที่3 ร้อยละ69.2 ส่วนพื้นที่ปลูกยางชั้นที่4 มีร้อยละ31 (รูปที่26 และตารางที่26)

สรุป

กลุ่มชุดดินและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารา

                จังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่รวม 9,752,814 ไร่ ในการจำแนกศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราพบว่าศักยภาพดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกยางพารา (1) มี 1,869,637 ไร่หรือร้อยละ 19.2 สภาพดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำแช่ขัง (1d) มี 1,174,717 ไร่หรือร้อยละ 12.0 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดินและเนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s) มี 43,872 ไร่หรือร้อยละ 0.4

พื้นที่ปลูกยางจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกกลุ่มชุดดินตามสภาพพื้นที่ได้ 2 กลุ่มดังนี้ กลุ่มแรกคือดินบนพื้นที่ดอน กลุ่มที่สองคือดินบนพื้นที่ราบต่ำ สำหรับดินบนพื้นที่ดอนที่สำคัญมี 6 กลุ่มดังนี้ กลุ่มชุดดินที่ 28 ได้แก่ชุดดินบุรีรัมย์ กลุ่มชุดดินที่ 29 ได้แก่ชุดดินโชคชัย ชุดดินปากช่อง กลุ่มชุดดินที่ 35 ชุดดินโคราช ชุดดินวาริน ชุดดินยโสธร ชุดดินสตึก กลุ่มชุดดินที่ 40 ได้แก่ ชุดดินยางตลาด  กลุ่มชุดดินที่ 44 ได้แก่ชุดดินน้ำพอง กลุ่มชุดดินที่ 49 ได้แก่ชุดดินบรบือ ชุดดินโพนพิสัย ชุดดินสกล กลุ่มที่สองคือดินบนพื้นที่ราบต่ำที่สำคัญมี 7 กลุ่มดังนี้กลุ่มชุดดินที่ 1 ได้แก่ชุดดินบุรีรัมย์ กลุ่มชุดดินที่ 3 ได้แก่ชุดดินพิมาย กลุ่มชุดดินที่ 17 ได้แก่ชุดดินร้อยเอ็ด ชุดดินบุณฑริก ชุดดินเรณู กลุ่มชุดดินที่ 20 ได้แก่ชุดดินร้อยเอ็ดมีคราบเกลือ กลุ่มชุดดินที่ 22 ได้แก่ชุดดินสีทน กลุ่มชุดดินที่ 24 ได้แก่ชุดดินอุบล กลุ่มชุดดินที่ 25 ได้แก่ชุดดินอ้น ชุดดินเพ็ญ

ชั้นความเหมาะสมของชุดดินต่อการปลูกยางพารา

ในการจัดลำดับชั้นความเหมาะสมของชุดดินต่อการปลูกยางพาราได้ 4 กลุ่มคือ

ดินปลูกยางชั้นที่1 เป็นชุดดินที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา (S1)  โดยไม่มีปัญหาหรือขีดจำกัดในการปลูกยางพารา ซึ่งชุดดินนี้ได้แก่ ชุดดินโชคชัยที่พบในอำเภอเดชอุดม

ดินปลูกยางชั้นที่2  เป็นชุดดินที่เหมาะสมปานกลางต่อการปลูกยางพารา (S2)  ซึ่งชุดดินที่ใช้ปลูกยางในชั้นนี้ มีคุณสมบัติบางประการและมีขีดจำกัดในการปลูกยางพาราระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่เกิน 2 ลักษณะ ชุดดินนี้ได้แก่ชุดดินเลย บ้านจ้อง ดงลาน ด่านซ้าย ห้างฉัตร เขาใหญ่ และชุดดินวังไห่ ซึ่งไม่พบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

ดินปลูกยางชั้นที่3 เป็นชุดดินที่ค่อนข้างเหมาะสมต่อการปลูกยางพารา (S3)  ชุดดินที่ใช้ปลูกยางในชั้นนี้ มีคุณสมบัติบางประการและมีขีดจำกัดในการปลูกยางพาราไม่เกิน 2 ลักษณะ ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของยางพารามากนัก ชุดดินนี้ได้แก่ชุดดินบุรีรัมย์ โคราช ยโสธร สตึก วาริน โพนพิสัย และชุดดิน ชุดดินดังกล่าวพบทั่วไปในทุกอำเภอพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ดอน

ดินปลูกยางชั้นที่4 เป็นชุดดินที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา (S4)  ดินที่จัดอยู่ในชั้นนี้เป็นดินที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน พื้นที่ดังกล่าวใช้ในการทำนา ซึ่งชุดดินนี้ได้แก่ชุดดินร้อยเอ็ด บรบือ อ้น เพ็ญ สีทน อุบล บุณฑริก และชุดดินเขมราฐ ชุดดินดังกล่าวพบทั่วไปในทุกอำเภอพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่ม

สมบัติทางกายภาพและเคมีดินที่ปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานี

ในการศึกษาสมบัติทางกายภาพดินบนระดับ 0-30 ซม. พบว่าร้อยละ90 มีลักษณะเนื้อดินร่วนทราย (Loamy sand) รองลงมาคือเนื้อดินทรายร่วน (Sandy loam) ซึ่งลักษณะเนื้อดินดังกล่าวมีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ และความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก (CEC) ต่ำ เนื่องจากมีปริมาณเนื้อดินทราย (sand) 75-90 เปอร์เซ็นต์ แต่มีเนื้อดินเหนียว (clay) ต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์

ส่วนสมบัติทางเคมีดินพบว่ามีปริมาณอินทรียวัตถุ (organic matter) 0.400-3.700 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากถึงค่อนข้างสูง โดยทั่วไปชุดดินมากกว่าร้อยละ60 มีปริมาณอินทรียวัตถุประมาณ 0.500-1.000 เปอร์เซ็นต์จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำพบในชุดดินบุณฑริก โคราช ร้อยเอ็ดและชุดดินบรบือ ส่วนชุดดินที่มีปริมาณอินทรียวัตถุในเกณฑ์ปานกลางและค่อนข้างสูง (1.5-2.5 และ2.5-3.5 เปอร์เซ็นต์) พบในชุดดินโชคชัย

สำหรับความเป็นกรดด่างของดิน (soil pH) ประมาณ 4.30-6.03 จัดเป็นกรดจัดมากถึงกรดปานกลาง ในที่นี้พบว่าชุดดินมากกว่าร้อยละ50 ของตัวอย่างดินที่ศึกษามี soil pH ประมาณ 4.5-5.0 จัดเป็นกรดแก่จัด ซึ่งสภาพดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารต่อพืช

ค่าการนำไฟฟ้า (Electrical conductivity) พบว่าชุดดินมากกว่าร้อยละ50 ของตัวอย่างดินที่ศึกษามีค่าการนำไฟฟ้าต่ำกว่า 30 µS cm-1

ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (Total N) พบว่าชุดดินมากกว่าร้อยละ90 ของตัวอย่างดินที่ศึกษามีปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดประมาณ 0.020-0.050 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นชุดดินโชคชัยที่มีมากกว่าร้อยละ 0.100

ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P) พบว่าชุดดินมากกว่าร้อยละ80 ของตัวอย่างดินที่ศึกษามีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่ำกว่า 10 ppm ได้แก่ชุดดินโคราช บุณฑริก อุบล ร้อยเอ็ดและชุดดินยโสธร ยกเว้นชุดดินโชคชัยที่มีมากกว่า 50 ppm

ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (exchangeable K) พบว่าชุดดินที่มีปริมาณโพแทส เซียมที่แลกเปลี่ยนได้ต่ำกว่า 30 ppm ได้แก่ชุดดินโคราช น้ำพอง อุบล และชุดดินสัมพันธ์โคราชและโพนพิสัย ส่วนชุดดินบรบือมีปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในช่วง 30-50 ppm สำหรับปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในช่วง 50-100 ppm พบในชุดดินโพนพิสัยและชุดดินผสมบรบือ ส่วนชุดดินโชคชัยมีปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มากกว่า 100 ppm 

                เมื่อพิจารณาความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่เกษตรกรปลูกยางพาราพบว่าพื้นที่มากกว่าร้อยละ90 มีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ซึ่งการจัดการด้านธาตุอาหารและสมบัติทางกายภาพดินนับว่ามีความสำคัญต่อการให้ผลผลิตน้ำยาง

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการเกษตร 2531 พื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพาราภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คำแนะนำทาง

                วิชาการ เลขที่ 13 ฝ่ายฝึกอบรม สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมวิชาการเกษตร 2546 แผนที่ศักยภาพการผลิตยางพารา เพื่อการขยายพื้นที่ปลูกยาง ปี พ.ศ.2547-2549 ใน

                ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอกสารวิชาการลำดับที่ 4/2546 กรมวิชาการเกษตร

                กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมพัฒนาที่ดิน 2547 ลักษณะและสมบัติของดินที่เป็นตัวแทนกลุ่มชุดดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ เอกสาร

                วิชาการฉบับที่ 526 ส่วนมาตรฐานการสำรวจจำแนกดินและที่ดิน ส่วนสำรวจจำแนกดิน สำนัก

                สำรวจและวางแผนการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 162 หน้า

กรมพัฒนาที่ดิน. 2541. รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่ม1

                 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ. http://www.ldd.go.th.

กรมพัฒนาที่ดิน. 2541. รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่ม2

                ดินบนพื้นที่ดอน. http://www.ldd.go.th.

คณะกรรมการจัดทำปทานุกรมปฐพีวิทยา. 2541. ปทานุกรมปฐพีวิทยา. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย

เกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ.169 หน้า.

สัมฤทธิ์ ชัยวรรณคุปต์ 2541 การปรับปรุงดินและการใช้ปุ๋ยสำหรับพืชเศรษฐกิจในดินไร่ กองปฐพีวิทยา

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  69 หน้า

Pushparajah, E 1977. Nutritional Status and Fertilizer Requirements of Malaysian Soils for Hevea

brasiliensis. Unpub. D.Sc Thesis, State University of Ghent, Belgium. 276 P.

Pushparajah, E. and Guha, M.M. 1968. Fertilizer response in Hevea brasiliensis in relation to soil type and

                soil and leaf nutrient status. Transactions 9th International Congress of Soil Science. 9th

                International Congress of Soil Science, Adelaide, Australia, pp. 85-93.

 

 

 

 

รูปที่1 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานีตามกลุ่มชุดดิน

ตารางที่1 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราจังหวัดอุบลราชธานี

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

1,869,637

19.2

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

1,174,717

12.0

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

43,872

0.4

ดินมีความเหมาะสมแต่ความลาดชันสูง/พื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้(1t)

1,286

0.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

75,895

0.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

174,890

1.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

1,881,554

19.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

801,209

8.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีความลาดชันสูง/พื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (2t)

23,927

0.2

ดินไม่เหมาะสม (3e)

1,092

0.0

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

2,361,558

24.2

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดิน มีหินโผล่ยากแก่การไถพรวน (3r)

3,580

0.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

617,818

6.3

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

485,006

5.0

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาดินที่มีเกลือหรือดินเค็ม (3x)

972

0.0

 ไม่มีข้อมูล (na)

566

0.0

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัย (u)

28,168

0.3

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

206,283

2.1

รวมพื้นที่

9,752,814

100.0

 

 

 

รูปที่2 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอเมืองอุบลราชธานี

ตารางที่2 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอเมืองอุบลราชธานี

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

83,968

23.7

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

11,438

3.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

13,749

3.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

626

0.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

8,584

2.4

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

161,086

45.5

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

41,569

11.7

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัย (u)

28,168

8.0

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

5,080

1.4

รวมพื้นที่

354,267

100.0

 

 

 

รูปที่3 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอบุณฑริก

 

ตารางที่3 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอบุณฑริก

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

191,594

20.6

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

27,606

3.0

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

29,940

3.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

3,844

0.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

2,195

0.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

208,947

22.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

52,843

5.7

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีความลาดชันสูง/พื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (2t)

20,472

2.2

ดินไม่เหมาะสม (3e)

548

0.1

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

199,129

21.4

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

56,456

6.1

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

102,618

11.0

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

36,218

3.9

รวมพื้นที่

932,409

100.0

รูปที่4 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอเดชอุดม

ตารางที่4 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอเดชอุดม

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

99,203

12.5

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

91,264

11.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

6,225

0.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

36,719

4.6

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

109,629

13.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

61,833

7.8

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

364,112

45.8

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

25,274

3.2

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

1,397

0.2

รวมพื้นที่

795,655

100.0

 

 

 

 

รูปที่5 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอโขงเจียม

ตารางที่5 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอโขงเจียม

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

98,135

21.7

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

35,514

7.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

277,917

61.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

10,884

2.4

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

17,953

4.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

32,007

7.1

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

20,667

4.6

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาดินที่มีเกลือหรือดินเค็ม (3x)

677

0.2

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

8,099

1.8

รวมพื้นที่

451,863

100.0

 

 

 

 

รูปที่6 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอเขื่องใน

ตารางที่6 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอเขื่องใน

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

133,319

24.6

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

6,770

1.3

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

33

0.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

832

0.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

8,002

1.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

10

0.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

79,911

14.7

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

238,990

44.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

62,943

11.6

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาดินที่มีเกลือหรือดินเค็ม (3x)

295

0.1

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

11,852

2.2

รวมพื้นที่

542,955

100.0

 

 

รูปที่7 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอกุดข้าวปุ้น

ตารางที่7 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอกุดข้าวปุ้น

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

15,694

7.2

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

79,453

36.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

21,717

9.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

18,641

8.5

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

59,375

27.1

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

22,438

10.3

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

1,548

0.7

รวมพื้นที่

218,866

100.0

 

 

รูปที่8 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอม่วงสามสิบ

ตารางที่8 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอม่วงสามสิบ

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

43,840

9.6

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

9,240

2.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

3,707

0.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

18,193

4.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

6,056

1.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

214,593

46.8

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

89,871

19.6

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

63,183

13.8

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

9,125

2.0

รวมพื้นที่

458,592

100.0

 

 

รูปที่9 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอนาจะหลวย

ตารางที่9 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอนาจะหลวย

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

123,687

30.1

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

12,324

3.0

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

1,265

0.3

ดินมีความเหมาะสมแต่ความลาดชันสูง/พื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้(1t)

1,286

0.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

1,728

0.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

11,917

2.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

51,016

12.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

28,052

6.8

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

125,764

30.6

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

21,435

5.2

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

30,847

7.5

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

1,071

0.3

รวมพื้นที่

410,392

100.0

รูปที่10 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งอำเภอน้ำขุ่น

ตารางที่10 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารากิ่งอำเภอน้ำขุ่น

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

48,696

24.3

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

17,399

8.7

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

167

0.1

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

52,426

26.1

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

28,829

14.4

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

34,190

17.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

9,599

4.8

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

8,771

4.4

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

624

0.3

รวมพื้นที่

200,701

100.0

 

 

รูปที่11 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอน้ำยืน

ตารางที่11 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอน้ำยืน

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

182,570

28.0

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

3,781

0.6

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

1,328

0.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

929

0.1

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

1,700

0.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

136,111

20.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

6,652

1.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีความลาดชันสูง/พื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (2t)

2,512

0.4

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

91,195

14.0

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดิน มีหินโผล่ยากแก่การไถพรวน (3r)

3,209

0.5

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

320

0.1

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

220,393

33.8

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

1,775

0.3

รวมพื้นที่

652,475

100.0

รูปที่12 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งอำเภอนาเยีย

ตารางที่12 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอนาเยีย

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

27,852

17.8

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

20,227

12.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

293

0.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

22,029

14.1

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

63,453

40.5

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

22,554

14.4

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

146

0.1

 

156,555

100.0

 

 

 

รูปที่13 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอพิบูลมังสาหาร

 

ตารางที่13 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอพิบูลมังสาหาร

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

48,151

8.0

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

259,289

43.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

163,424

27.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

16,640

2.8

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

64,068

10.7

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

13,372

2.2

 ไม่มีข้อมูล (na)

276

0.1

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

35,006

5.8

รวมพื้นที่

600,226

100.0

 

 

 

 

รูปที่14 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอโพธิ์ไทร

ตารางที่14 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอโพธิ์ไทร

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

90,293

25.9

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

31,621

9.1

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

170,025

48.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

3,140

0.9

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

28,277

8.1

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

5,948

1.7

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

15,970

4.6

 ไม่มีข้อมูล (na)

291

0.1

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

2,190

0.6

รวมพื้นที่

347,756

100.0

 

 

 

 

รูปที่15 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่ง อำเภอสว่างวีระวงศ์

ตารางที่15 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารากิ่ง อำเภอสว่างวีระวงศ์

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

38,792

23.2

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

18,835

11.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

2,365

1.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

825

0.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

6,554

3.9

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

34,963

20.9

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

64,409

38.5

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

363

0.2

รวมพื้นที่

167,107

100.0

 

 

 

 

 

รูปที่16 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอสิรินธร

ตารางที่16 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอสิรินธร

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

161,263

33.7

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

47,809

10.0

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

56

0.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

133,717

28.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

11,940

2.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีความลาดชันสูง/พื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (2t)

942

0.2

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

11,227

2.4

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดิน มีหินโผล่ยากแก่การไถพรวน (3r)

52

0.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

9,409

2.0

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

25,080

5.3

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

76,443

16.0

รวมพื้นที่

477,938

100.0

 

 

รูปที่17 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอศรีเมืองใหม่

ตารางที่17 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอศรีเมืองใหม่

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

83,289

13.9

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

92,752

15.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

957

0.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

181,999

30.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

65,905

11.0

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

67,937

11.4

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

51,434

8.6

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

52,715

8.8

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

1,336

0.2

รวมพื้นที่

598,324

100.0

 

 

 

 

รูปที่18 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอตระการพืชผล

ตารางที่18 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอตระการพืชผล

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

100,063

15.5

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

140,925

21.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

19,847

3.1

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

172,612

26.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

21,835

3.4

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

131,991

20.5

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

53,167

8.3

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

2,027

0.3

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

1,479

0.2

รวมพื้นที่

643,946

100.0

 

 

 

 

รูปที่19 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่งอำเภอนาตาล

ตารางที่19 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารากิ่งอำเภอนาตาล

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

16,425

12.1

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

60,498

44.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

23,186

17.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

959

0.7

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

33,102

24.3

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

97

0.1

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

2,024

1.5

รวมพื้นที่

136,291

100.0

 

 

 

รูปที่20 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารากิ่ง อำเภอเหล่าเสือโก้ก

ตารางที่20 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารากิ่ง อำเภอเหล่าเสือโก้ก

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

39,900

27.4

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

717

0.5

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

3,581

2.5

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

7,520

5.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

2,642

1.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

62,044

42.7

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

18,187

12.5

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดิน มีหินโผล่ยากแก่การไถพรวน (3r)

131

0.1

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

9,952

6.8

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

744

0.5

รวมพื้นที่

145,418

100.0

 

 

รูปที่21 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอเขมราฐ

ตารางที่21 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอเขมราฐ

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

60,944

16.0

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

79,431

20.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

3,404

0.9

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

105,487

27.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

24,496

6.5

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

67,094

17.7

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดิน มีหินโผล่ยากแก่การไถพรวน (3r)

123

0.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

27,546

7.6

 ดินไม่เหมาะสม มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่อยู่สูงเกินไปที่จะกักเก็บน้ำได้ (3t)

4,263

1.1

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

7,174

1.9

รวมพื้นที่

379,962

100.0

 

 

 

รูปที่22 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอดอนมดแดง

ตารางที่22 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอดอนมดแดง

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

28,643

24.6

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

13,929

11.9

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

7,477

6.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

14,444

12.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

12,727

10.9

ดินไม่เหมาะสม (3e)

407

0.4

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

28,238

24.2

 ดินไม่เหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดิน มีหินโผล่ยากแก่การไถพรวน (3r)

65

0.1

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

10,617

9.1

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

65

0.1

รวมพื้นที่

116,612

100.0

 

 

 

รูปที่23 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอทุ่งศรีอุดม

ตารางที่23 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอทุ่งศรีอุดม

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

16,207

11.9

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

11,286

8.3

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

164

0.1

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

980

0.7

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

1,595

1.2

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

53,417

39.3

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

873

0.6

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

50,863

37.4

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

216

0.2

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

389

0.3

รวมพื้นที่

135,990

100.0

 

 

 

รูปที่24 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอตาลสุม

ตารางที่24 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอตาลสุม

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

19,717

10.0

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

85,857

43.7

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

3,355

1.7

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม ดินมีเศษหินหรือลูกรังปะปนมาก (2g)

26,382

13.4

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

5,703

2.9

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

49,180

25.0

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

6,499

3.3

รวมพื้นที่

196,694

100.0

 

 

รูปที่25 พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราอำเภอวารินชำราบ

ตารางที่49 ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพาราอำเภอวารินชำราบ

ศักยภาพดินสำหรับปลูกยางพารา

พื้นที่ (ไร่)

ร้อยละ

 ดินมีความเหมาะสม (1)

113,548

29.4

 ดินมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดี มักมีน้ำท่วมขัง (1d)

12,065

3.1

 ดินมีความเหมาะสมแต่โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (1s)

28

0.0

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม มีปัญหาการระบายน้ำไม่ดีมักมีน้ำแช่ขัง (2d)

45,465

11.8

 ดินไม่ค่อยเหมาะสมมีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่าทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก(2f)

14,353

3.7

 ดินไม่ค่อยเหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (2s)

6,716

1.0

ดินไม่เหมาะสม (3e)

138

0.0

ดินไม่เหมาะสม  มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำบ่า ทำให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก (3f)

188,028

48.6

 ดินไม่เหมาะสม โครงสร้างดิน/เนื้อดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นทราย (3s)

3,696

0.9

 ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำ (w)

2,872

0.7

รวมพื้นที่

386,909

100.0

 


ตารางที่1.1 ลักษณะทางกายภาพและเคมีดินในพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

 

ลำดับที่

Soil depth (cm)

 OM1/ (%)

pH2/

EC3/      (µS)

Total N4/ (%)

Avail. P5/ (ppm)

Exch. K6/ (ppm)

 

Soil texture7/

 

Texture class

Soil series

sand (%)

silt (%)

clay (%)

1

0-30

0.950

5.01

19.25

0.047

23.387

70.800

87.59

6.19

6.23

Loamy sand

 

2

30-60

0.117

4.92

17.12

0.006

2.885

18.100

87.27

6.20

6.54

Loamy sand

 

3

0-30

0.643

4.63

29.00

0.032

11.621

33.782

91.87

2.20

5.93

Sand

 

4

30-60

0.049

4.42

6.70

0.002

2.256

13.813

91.87

2.20

5.94

Sand

 

5

0-30

0.659

5.03

30.00

0.032

13.158

30.538

87.28

6.19

6.53

Loamy sand

Korat series

6

30-60

0.444

5.00

12.00

0.022

7.841

16.285

84.69

8.18

7.13

Loamy sand

 

หมายเหตุ             ลำดับที่1-2  พื้นที่ปลูกยางของนายวัน บ้านปากน้ำ ประธานกุดลาด ตำบลกุดลาด

                                ลำดับที่3-4  พื้นที่ปลูกยางของนายวัน บ้านปากน้ำ ตำบลกุดลาด

                                ลำดับที่5-6  พื้นที่ปลูกยางของนายประเสริฐ บ้านกระโสบ ตำบลกระโสบ

1/ อินทรียวัตถุ (organic matter) ใช้วิธี Walkly and Black (1965)

2/ ความเป็นกรดด่าง (soil pH) ใช้อัตราส่วนดินต่อน้ำ 1:5 วัดค่าด้วย pH meter

3/ ค่าการนำไฟฟ้า (electrical conductivity) ใช้อัตราส่วนดินต่อน้ำ 1:5 วัดค่าด้วย EC meter

4/ ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (Total N) ใช้วิธี Kjeldahl

5/ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P) ใช้วิธี Bray II วิเคราะห์ด้วย spectrophotometer

6/ ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (exchangeable K) สกัดด้วย 1M NH4OAc pH7 วิเคราะห์ด้วย Flame Photometer

7/ Soil texture ใช้วิธี Hydrometer

ตารางที่2.1 ลักษณะทางกายภาพและเคมีดินในพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี

 

ลำดับที่

Soil depth (cm)

 OM1/ (%)

pH2/

EC3/      (µS)

Total N4/ (%)

Avail. P5/ (ppm)

Exch. K6/ (ppm)

 

Soil texture7/

 

Texture class

Soil series

sand (%)

silt (%)

clay (%)

1

0-30

0.630

4.63

24.25

0.031

4.741

57.283

78.68

12.99

8.33

Loamy sand

Korat series

2

30-60

0.302

4.77

15.25

0.015

1.438

29.913

78.38

12.99

8.63

Loamy sand

 

3

0-30

0.551

4.67

18.75

0.027

2.521

53.581

86.26

6.00

7.74

Loamy sand

Buntharik series

4

30-60

0.309

4.67

8.90

0.015

0.639

26.555

86.35

6.00

7.65

Loamy sand

 

5

 0-30

0.842

4.42

17.50

0.042

0.266

34.050

82.09

8.98

8.92

Sandy loam

 

6

 30-60

0.461

4.49

10.00

0.023

0.479

19.158

77.18

12.99

9.83

Loamy sand

 

7

 0-30

0.700

4.50

10.50

0.035

3.604

22.865

84.67

7.00

8.34

Loamy sand

 

8

 30-60

0.260

4.58

10.00

0.013

0.527

19.183

79.87

10.94

9.19

Sandy loam

 

9

 0-30

0.870

4.89

11.75

0.043

2.395

52.409

76.79

14.92

8.29

Sandy loam

 

10

 30-60

0.323

5.01

6.65

0.016

0.908

25.981

77.45

13.94

8.61

Loamy sand

 

11

 0-30

0.925

5.46

13.00

0.046

3.797

42.818

81.97

9.99

8.04

Loamy sand

 

12

 30-60

0.337

5.45

7.40

0.017

1.225

25.040

81.03

10.96

8.01

Loamy sand

 

13

 0-30

1.065

5.02

13.75

0.053

15.201

50.064

79.42

11.96

8.61

Loamy sand

 

14

 30-60

0.316

4.96

13.00

0.016

7.383

36.847

78.14

12.95

8.91

Loamy sand

 

 

ตารางที่2.1 (ต่อ)

 

ลำดับที่

Soil depth (cm)

 OM1/ (%)

pH2/

EC3/      (µS)

Total N4/ (%)

Avail. P5/ (ppm)

Exch. K6/ (ppm)

 

Soil texture7/

 

Texture class

Soil series

sand (%)

silt (%)

clay (%)

15

 0-30

0.988

5.29

9.80

0.049

7.063

43.249

78.39

12.98

8.63

Sandy loam

 

16

 30-60

0.350

5.04

5.60

0.017

2.703

21.637

73.86

16.94

9.21

Loamy sand

 

17

0-30

0.552

4.62

21.25

0.027

4.200

58.978

82.40

8.98

8.62

Loamy sand

Korat series

18

30-60

0.367

4.39

22.00

0.018

1.205

36.264

75.50

14.97

9.52

Sandy loam

 

19

0-30

0.904

4.80

14.00

0.045

1.210

35.078

78.11

12.97

8.92

Loamy sand

Korat series

20

30-60

0.412

5.19

5.38

0.020

0.542

36.199

70.16

18.87

10.97

Sandy loam

 

21

0-30

0.511

4.80

14.25

0.025

1.294

32.334

78.80

11.98

9.22

Loamy sand

Korat series

22

30-60

0.630

4.89

9.40

0.031

0.485

74.011

70.31

18.97

10.72

Sandy loam

 

23

0-30

1.374

5.14

20.25

0.068

13.680

24.957

90.89

1.99

7.11

Sand

Korat /Phon Phisay Association

24

30-60

0.347

5.30

12.50

0.017

11.205

2.853

91.88

1.00

7.13

Sand

 

หมายเหตุ

ลำดับที่1-2  พื้นที่ปลูกยางของนายนิรันดร์ สมสุข บ้านหนองเรือ

ลำดับที่3-4  พื้นที่ปลูกยางของนายสุทธิ บุญโสภา บ้านแขม

ลำดับที่5-8  พื้นที่ปลูกยางของนายทองดี ดวนขัน  บ้านหนองเรือ  ตำบลคอนแลน             

ลำดับที่9-12  พื้นที่ปลูกยางของนายคำไหล ลิวัน บ้านห้วยข่า ตำบลห้วยข่า

ลำดับที่13-16  พื้นที่ปลูกยางของนายสุรศักดิ์ บ้านห้วยข่า ตำบลห้วยข่า

ลำดับที่17-18  พื้นที่ปลูกยางของนายวิชิต ปัดดา บ้านสร้างม่วง ตำบลหนองสะโน

ลำดับที่19-22  พื้นที่ปลูกยางของนายทองปาน หวังดี บ้านสร้างม่วง ตำบลหนองสะโน

ตารางที่3.1 ลักษณะทางกายภาพและเคมีดินในพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

 

ลำดับที่

Soil depth (cm)

 OM1/ (%)

pH2/

EC3/      (µS)

Total N4/ (%)

Avail. P5/ (ppm)

Exch. K6/ (ppm)

 

Soil texture7/

 

Texture class

Soil series

sand (%)

silt (%)

clay (%)

1

0-30

0.579

5.11

20.00

0.029

5.383

32.892

84.677

6.992

8.33

Loamy sand

 

2

30-60

0.254

4.82

26.75

0.013

2.238

13.733

81.428

9.964

8.61

Loamy sand

 

3

0-30

0.560

5.23

13.50

0.028

1.900

19.710

83.963

7.998

8.04

Loamy sand

 

4

30-60

0.242

5.16

7.98

0.012

1.788

10.354

82.665

8.998

8.34

Loamy sand

 

5

0-30

0.756

5.02

22.25

0.037

3.289

24.802

82.123

8.968

8.91

Loamy sand