ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
ความสำคัญและที่มาของโครงการวิจัย

             การเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตทางการเกษตรในทุกระดับ ทั้งระดับฟาร์มเกษตรกร และระดับภูมิภาคเป็นงานที่ท้าทายและละเอียดอ่อน เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่จะต้องพิจารณา ทั้งเรื่องความเหมาะสมของกิจกรรมใหม่ต่อพื้นที่ และต่อเกษตรกร ความลงตัวในการผสมผสานของกิจกรรมในระบบ การยอมรับของสังคม ชุมชน และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว เป็นต้น  ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่โดดเด่นและเป็นพืชทางเลือกที่รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทย ซึ่งยางพาราถือได้ว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของพื้นที่ ที่เกษตรกรไม่รู้จักมาก่อน สาเหตุหลักที่รัฐบาลต้องการเพิ่มพื้นที่ปลูกยางเนื่องจากความต้องการยางในตลาดโลกได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ราคายางพาราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2548 คาดการณ์ว่าความต้องการยางในตลาดโลกจะมีปริมาณ 7.6 ล้านตัน และในปี 2549 ความต้องการยางในตลาดโลกยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2549) ส่งผมให้ราคายางแผ่นดิบเพิ่มขึ้น จากปี  ร้อยละ 150 จากราคาเฉลี่ยในปี พ.ศ. 2544 ที่ 22.5 บาท/กก เพิ่มเป็น 50 บาท/กก (เฉลี่ยถึงช่วงกลางปี 2548) (สกย., 2549) และราคาปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2549)  เฉลี่ย 72 บาท/กก ซึ่ง เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี จึงเป็นเหตุจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกยางพารา กอร์ปกับรัฐบาลเองก็ได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการเพิ่มพื้นที่ปลูกยาง 1 ล้านไร่จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 12.3 ล้านไร่ โดยขยายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด จำนวน 700,000 ไร่และ ภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน 300,000 ไร่ ในจังหวัดอุบลราชธานี ระยะที่ 1 (2547 - 2549) มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ 10,932 ครอบครัว คิดเป็นพื้นที่ปลูกยาง 170,673 ไร่ (สกย. อุบลราชธานี, 2549)
             ยางพาราเองเป็นพืชที่มีการปลูกแพร่หลายทางภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย และได้มีการทดลองและขยายพื้นที่ปลูกมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่ถึงหนึ่งรอบการปลูก ถึงแม้ว่าในเชิงวิชาการจะพิสูจน์แล้วว่ายางพาราสามารถปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ดี แต่งานวิจัยที่จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกยางพาราของเกษตรกร ยังมีไม่เพียงพอ ยางพารามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกที่เฉพาะ (สกย., 2549) คือ พื้นที่ปลูกไม่ควรอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 200 เมตร ความลาดเอียงของพื้นที่ไม่เกิน 45 องศา หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร โดยไม่มีชั้นของหินแข็งหรือดินดาน ซึ่งจะขัดขวางการเจริญเติบโตของราก เนื้อดินควรเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนเหนียวปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีการระบายน้ำและอากาศดี น้ำไม่ท่วมขัง ระดับน้ำใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร ไม่เป็นดินเค็มและมีความเป็นกรดเป็นด่าง 4.0-5.5  มีปริมาณฝนไม่ต่ำกว่า 1,350 มิลลิเมตรต่อปี และมีฝนตกไม่น้อยกว่า 120 วันต่อปี   ความชื้นสัมพันธ์ เฉลี่ยตลอดปีไม่น้อยกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ ควรมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีไม่แตกต่างกันมากนักคือในช่วงประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส และความเร็วลม เฉลี่ยตลอดปีไม่เกิน 1 เมตรต่อวินาที   ในการแนะนำส่งเสริมเกษตรกรนอกจากจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมของเกษตรกรแล้วยัง จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ปลูกดังกล่าวด้วย
             การส่งเสริมการปลูกยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผลดีมากมาย (สกย, 2549) ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม แต่ขณะเดียวกันยางพาราก็เป็นพืชใหม่ของพื้นที่และใหม่สำหรับเกษตรกร ดังนั้นจึงพบว่าหลังการส่งเสริมการปลูกมาราวๆ 10 ปี มีเกษตรกรที่ล้มเหลว เนื่องจากผลผลิตและคุณภาพของยาง ต่ำกว่าที่ภาครัฐประมาณการไว้ (ณรงค์ และคณะ, 2547) ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อน เนื่องจากสภาพทางกายภาพชีวภาพ และเศรษฐกิจสังคมในพื้นที่มีความหลากหลาย สภาพภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะเป็นที่ราบสลับกับเนินสูง (Undulated landscape) ซึ่งมีอิทธิพลต่อความอุดมสมบรูณ์ของดิน พื้นที่การเกษตรของเกษตรกรรายเดียว อาจประกอบด้วยทั้งที่ลุ่มและที่ดอนที่มีสภาพของดิน และน้ำในการเพาะปลูกแตกต่างกันมาก (Okabe and Somabhi, 1989) ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ดินมีความอุดมสมบรูณ์ต่ำ (Craig and Pisone, 1985; KKU-FORD, 1982) ในขณะเดียวกันฝนก็มีความแปรปรวนสูง ทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงเวลา (Wonprasaid et al., 1996) ดังนั้น การปลูกยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงต้องการข้อมูลที่ชัดเจนในการเลือกพื้นที่ในการส่งเสริมแนะนำเกษตรกร และเป็นข้อมูลให้เกษตรกรประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกยางพารา
             เนื่องจากยางพาราเป็นพืชใหม่ของพื้นที่ ดังนั้นปัญหาอุปสรรคในการปลูกเพื่อให้ผลตอบคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและเชิงสังคม ยังต้องการข้อมูลเชิงวิเคราะห์อีกมาก เนื่องจากเป็นการปรับองค์ความรู้ในการปลูกจากพื้นที่ปลูกอื่นมาปรับใช้  จากข้อมูลงานวิจัย (ณรงค์ และคณะ, 2547) พบว่าเกษตรกรที่ปลูกยางมาก่อนมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว รายที่อยู่ระหว่างการกรีดก็มีปัญหาเกี่ยวกับผลผลิตต่ำซึ่งต่ำกว่าผลผลิตจากการประเมินของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางประมาณร้อยละ 25 บางรายก็ล้มเหลวในการปลูก  ดังนั้นการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) จะช่วยให้นักวางแผนและส่งเสริมการปลูกยางพารา ทราบถึงเงื่อนไขแห่งความสำเร็จและล้มเหลวของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมการปลูกที่หลากหลาย เพื่อเป็นข้อมูลในการแนะนำเกษตรกรรายใหม่ที่รัฐบาลกำลังขยายพื้นที่ปลูกในช่วงต่อไป
             นอกจากระบบ GIS วิเคราะห์ปัจจัยและเงื่อนไขในการปลูกยางพาราของแต่ละพื้นที่แล้ว ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในลักษณะแบบจำลองการเจริญเติบโตของพืช (Crop growth simulation model) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลผลิตพืชเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนการผลิตพืช แบบจำลองได้มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้ในพืชหลายชนิดทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทย เช่น ในข้าว (สุรจิต และคณะ, 2548; อรรถชัย และปราการ, 2004; วิเชียร, 2002;  Boling et al., 2000; Bouman et al., 1993) ในมันสำปะหลัง (วินัย และคณะ, 2546) ในอ้อย (อรรถชัย และศิรินทิพย์, 2545)  แบบจำลองจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตและการลงทุน เพื่อประโยชน์ในการทดสอบสมมุติฐานการผลิต (Scenarios) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในระดับฟาร์ม (Farm household level) และระดับวางแผน (Regional level) รวมถึงการนำเสนอผลการวิเคราะห์แก่ผู้เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การตัดสินใจในการปลูกและส่งเสริมการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะช่วยลดความเสี่ยงจากความล้มเหลวในการปลูกยางพาราของเกษตรกรลงได้

กรอบแนวคิด (concept) กระบวนการตัดสินใจในการปลูกยางพารา

             ลักษณะการตัดสินใจในการปลูกยางมี 2 ระดับคือระดับแรกระดับนโยบายและวางแผน ซึ่งมีการตัดสินใจตั้งแต่ระดับ ตำบลขึ้นไปจนถึงระดับประเทศ ส่วนระดับที่สองคือระดับครัวเรือนเกษตรกร ข้อมูลและข้อคำถามที่ทั้งสองระดับต้องการมีดังนี้

                ทฤษฎีหรือกรอบแนวความคิด (Conceptual Framework) ของโครงการวิจัย (วิธีการเชื่อมโยงโครงการวิจัยย่อย กรณีเป็นชุดโครงการวิจัย)
       ลักษณะงานวิจัยประกอบด้วยงานต่างๆ 8 ส่วน ดังภาพที่ 1
       ส่วนที่ 1 (1-1,1-2,1-3) เป็นการรวบรวมข้อมูลทางกายภาพชีวภาพหรือสิ่งแวดล้อมในการปลูกยางพารา ข้อมูลการปลูกยางในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจสังคมของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี วิชาการเกี่ยวกับยางพารา เช่น พันธ์ ลักษณะทางชีวภาพ การเจริญเติบโต การจัดการการปลูก และข้อมูลผลผลิตจากงานวิจัยและทดสอบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
       ส่วนที่ 2 เป็นการเชื่อมโยงและจัดเก็บข้อมูลในระบบฐานข้อมูล GIS ข้อมูลเหล่านี้จะมีการวิเคราะห์และสรุปผลเพื่อนำเสนอแก่ผู้เกี่ยวข้องผ่านระบบฐานข้อมูล GIS ผ่านเวปไซด์ โดยใช้ระบบโอเพนซอร์ส (Image server and Map server)
       ส่วนที่ 3 ของงานวิจัยเป็นการวิเคราะห์ความสำเร็จและล้มเหลวจากการปลูกยางของเกษตรกรในอดีต โดยพิจารณาทั้งสภาพทางกายภาพชีวภาพ (เช่น ดิน ฝน น้ำ พันธ์ ปัญหาโรคแมลง เป็นต้น) สภาพเศรษฐกิจสังคม (เช่น เงินลงทุน แรงงาน หนี้สิน ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน) และประเด็นปัญหาทางด้านการจัดการที่มีผลต่อคุณภาพและราคายาง (เข่น การใช้ปุ๋ย การกรีด การผลิตยางแผ่น) ส่วนนี้จะมีการเชื่อมโยงกับส่วนที่ 2 ผ่านทางสภาพทางกายภาพและที่ตั้งของพื้นที่ปลูกบนฐานข้อมูล GIS ผลที่ได้จะทำให้ทราบว่าพื้นที่ใด มีปัญหาใดที่เป็นปัญหาที่สำคัญก่อนหลัง เพื่อเป็นข้อมูลให้นักวางแผนใช้ในการแก้ปัญหาการปลูกยางในระยะต่อไป
       ส่วนที่ 4 เป็นการพัฒนาแบบจำลองเชิงระบบในระดับฟาร์ม โดยใช้โปรแกรมประเภทตารางคำนวณ (Spreadsheet) เพื่อวิเคราะห์ความเชิงเศรษฐกิจและสังคม การลงทุนและการเงิน เมื่อนำยางพาราเข้ามาในระบบการเกษตรเดิม เช่นระบบการปลูกข้าว เป็นต้น เพื่อช่วยเกษตรกรและนักส่งเสริมในการตัดสินใจในการปลูกยางพารา แบบจำลองจะวิเคราะห์ว่า เกษตรกรที่มีสภาพเศรษฐกิจสังคมแตกต่างกัน ควรจะปลูกยางกี่ไร่ จึงจะเหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจสังคมของตนเอง
       ส่วนที่ 5 เป็นการปรับใช้แบบจำลองการเจริญเติบโตของพืชโดยใช้โปรแกรม WOFOST Crop Simulation Model พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยวาคเคนนินเคน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อวิเคราะห์การเจริญเติบโตและผลผลิตของยางพารา
       ส่วนที่ 6 เป็นการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการปลูกยางที่เกิดจากฝน และราคา โดยใช้หลักการ Stochastic dominance theory
       ส่วนที่ 7 เป็นการพัฒนา GIS-Web based โดยใช้ Open source เพื่อการนำเสนอและเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัย และที่เกี่ยวข้องกับการปลูกยางพาราผ่านอินเตอร์เนท
       ส่วนที่ 8 เป็นส่วนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยในรูปแบบต่างๆที่นอกเหนือจากส่วนที่เผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เนท
                       ภาพที่ 1โครงสร้างงานวิจัย

หน้าแรก
เกี่ยวกับโครงการ
ผลการศึกษา
ข้อมูลเชิงวิชาการ
ภาพรวมยางพารา
สภาพภูมิอากาศ จ.อุบล
ลักษณะดิน จ.อุบล
หน่วยงานที่เกี่ยวกับยางพารา
ผู้ดำเนินงานวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ และคณะบริหารศาสตร์
                          มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
หน่วยงานสนับสนุนงบประมาณ 
       สำนักงบประมาณแผ่นดิน ผ่านกองส่งเสริมงานวิจัย
       มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
Decision support system for rubber plantation in the Northeast Thailand:
UbonRachathani case study
Web Page Maker, create your own web pages.
::เกี่ยวกับโครงการ::
ggg เกี่ยวกับโครงการ